“ที่นี่ ไม่ใช่บ้านของเราอีกแล้ว” แม่ค้าโวยแหลก! เจอยึดแผงตั้งร้านค้าขายโจ๋งครึ่ม เกลื่อนถนนหนทาง!??




“ที่นี่ ไม่ใช่บ้านของเราอีกแล้ว” เสียงซุบซิบของคนไทยกลุ่มหนึ่งดังอื้ออึงภายในรถตู้ ขณะกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดที่ผู้อาศัยกว่าครึ่งของจำนวนประชากรทั้งหมดเป็นชาวพม่าผู้อพยพมาจากอีกฟากฝั่งของชายแดนตะวันตก จนใครหลายคนเรียกขานดินแดนแห่งนี้ว่า ‘เมียนมาร์ ทาวน์’



นับตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้าสู่ตัวเมืองมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร กลิ่นเหม็นคาวปลาและอาหารทะเลสดคล้ายเป็นอัตลักษณ์ประจำถิ่นคอยต้อนรับผู้มาเยือนไปแล้ว


แต่นั่นกลับกลายเป็นเพียงข้อกังขาเล็กๆ เมื่อเทียบกับความรู้สึกที่ว่า.. ระยะทางห่างจากเมืองหลวงเพียง 36 กิโลเมตร จะมีเมืองทั้งเมือง ที่ทำให้เรารู้สึกราวกับว่า กลายเป็นคนแปลกหน้าในบ้านของตัวเองได้เชียวเหรอ ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหน ทุกทิศทางล้วนเต็มไปด้วยผู้คนปะแป้งหน้าขาว พูดภาษาไม่คุ้นหู แถมตามมุมตึก อาคารบ้านเรือนยังมีแผ่นป้ายโฆษณาภาษาที่ไม่รู้จักอีกด้วย






ลึกเข้าไปในชุมชนตลาดกลางกุ้ง อำเภอมหาชัย จังหวัดสมุทรสาคร คำวิงวอนของป้าสุจินต์ มากรักษา เจ้าของร้านค้าชำ ยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่กิจการของเธอ เริ่มซบเซาลงเมื่อช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภายหลังแรงงานพม่าผู้เคยเป็นลูกค้า เริ่มผันสถานะเป็นคู่แข่งขัน


“ที่นี่ร้านป้าเปิดเป็นร้านแรกๆ เมื่อก่อนขายดีมากค่ะเพราะมีแรงงานเยอะ แถวนี้ก็มีไม่กี่ร้าน แต่เดี๋ยวนี้พอพม่าเริ่มเปิดร้านขายกันเอง เลยแย่งลูกค้าไปหมดเลย เขาซื้อกันเอง ไม่ซื้อเรา เพราะพูดภาษาเดียวกันได้ เป็นคนบ้านเดียวกัน”






ถัดมาอีกไม่ไกล เจ้าของร้านอาหารตามสั่งชาวไทย วัย 42 ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน “ก็พออยู่ได้นะ แต่ไม่ได้ขายดีเหมือนเดิม พอต่างด้าวเริ่มเข้ามาอยู่กันเยอะเข้า คนไทยก็เริ่มทยอยหนีออกไปหมด พอคนไทยออกไป เราก็ไม่ค่อยมีลูกค้า เพราะพวกแรงงานต่างด้าวเขาไม่ค่อยซื้อสำเร็จกินกัน เขาชอบทำกินกันเองมากกว่า หรือไม่ส่วนใหญ่ก็ซื้อแต่ของพวกเดียวกันเอง เมื่อก่อนน้องสาวก็เคยเปิดร้านขายขนมอยู่ใกล้ๆ นี้ ก็ขายไม่ได้ต้องออกไปทำอย่างอื่น”






ตามหลักข้อกฎหมาย พระราชกฤษฎีกากำหนดงานในอาชีพและวิชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ฉบับ พ.ศ. 2522 คือห้ามไม่ให้คนต่างด้าวขายของหน้าร้าน งานเร่ขายสินค้า อีกทั้งใน พระราชบัญญัติการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 ยังได้ระบุไว้ว่า “ห้ามคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากงาน 2 ประเภท คือ 1.งานกรรมกร และ2.งานบริการ”

ทว่า ตอนนี้จากสภาพที่พบเห็น คนต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาคร กลับเปิดกิจการขนาดย่อมของตัวเอง ตั้งแต่รถเข็น ตั้งแผง ฯลฯ ราว 5,000 ร้าน เข้าข่ายผิดกฎเกณฑ์ จึงเกิดเป็นคำถามขึ้นว่า “พวกเขาขายได้อย่างไร?”

“ขายได้ ขายดี ขายเป็นปีแล้ว” นายแดง (นามสมมติ) หนึ่งในชาวพม่าผู้ตั้งโต๊ะขายหมากภายในชุมชนตลาดกุ้ง ให้คำการันตีกับเรา ในขณะมือทั้งคู่หยิบสินค้าใส่ถุงยื่นให้ลูกค้าที่ยืนคอย เมื่อถามต่อไปว่า “ไม่กลัวถูกจับเหรอ? เขาห้ามขายนะ” เจ้าตัวจึงยิ้มโชว์ฟันดำ ก่อนเผยว่า “ไม่กลัว ให้ตังค์แล้ว”

แม้จะพูดภาษาไทยได้ไม่คล่อง แถมบางประโยคก็ต้องชูไม้ชูมือขึ้นประกอบ แต่เขาก็พยายามเล่าให้ฟังว่า ทุกๆ เดือน จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจแวะเวียนเข้ามาเก็บเงินกับผู้ค้าชาวพม่าในชุมชนที่เปิดร้านตั้งแผงขายสินค้าทุกชนิด ไม่ว่าจะของกินหรือของใช้ โดยเฉลี่ยต่อเจ้าต้องจ่ายค่าหัวรายละประมาณ 5,000 บาทต่อเดือน ซึ่งลิสต์ราคาจะปรับเพิ่ม-ลดตามขนาดของกิจการ ส่วนร้านใดขัดขืนจะถูกปรับ-ถูกจับไปเข้าคุกรอดำเนินคดีตามกฎหมาย และถูกส่งตัวกลับบ้านเกิดในท้ายที่สุด

Powered by Blogger.