ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีวันนี้!!!! ภรรยาเซลส์แมนร่ำไห้แทบขาดใจ หลังพบว่าเขาได้จากโลกนี้ไปแล้ว ใจสลายเมื่อเห็นภาพคู่สุดท้ายของพวกเขา (ชมภาพ)


จากกรณีนายรัติภูมิ พิมใจใส หรือเบิร์ด อายุ 34 ปี เซลส์แมนหนุ่มขายรถยนต์หน้าตาดี หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค.2559 โดยภรรยาเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.ธรรมศาลา เมื่อวันที่ 8 ม.ค.2560 โดยนายรัติภูมิได้โทรหาผู้จัดการที่ทำงาน เพื่อขอความช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมส่งโลเคชั่นบริเวณ ซอยบรมราชชนนี 78 แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. ก่อนจะขาดการติดต่อไป

โดยเมื่อเวลา 21.00 ของวันที่ 6/02/2560 ที่ผ่านมานั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ มหาถาวร ผบช.น. เปิดเผยถึงกรณีการพบศพนายรัติภูมิ พิมใจใส อายุ 34 ปี เซลล์แมนขายรถที่หายตัวไปว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบศพดังกล่าว เชื่อได้ว่าน่าจะใช่ผู้สูญหาย แต่ยังไม่การตรวจสอบทางกายภาพเท่านั้น ซึ่งเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆ ก็ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิดที่ตรวจสอบพบนายรัติภูมิ รวมถึงรอยสักรูปดาว อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์ทราบจาการตรวจดีเอ็นเอจากพ่อและแม่เพื่อยืนยันความชัดเจนอีกครั้ง

เมื่อถามถึงการขยายผลยาเสพติดนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่ขอพูดถึงรายละเอียดดังกล่าว เนื่องจากทางเจ้าหน้าตำรวจต้องดำเนินการตรวจสอบก่อน แต่ก็มีข้อมูลว่าระหว่างที่นำตัวส่งโรงพยาบาลตั้งแต่เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.59 ที่ผ่านมานั้น ได้มีการกำยาไอซ์จำนวนประมาณ 1 กรัมมาด้วย

โดยในเวลาต่อมานั้นได้มีการแถลงข่าวของ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แถลงผลชันสูตร เบิร์ด เซลส์แมนหายตัว พบตับ-ไตล้มเหลว มีสารแอมเฟตามีนในร่างกาย โดยนพ. ปภาณุ สุทธิประสิทธิ์ แพทย์ภาควิชานิติเวช คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล แถลงข่าวถึงผลการชันสูตรพลิกศพชายต้องสงสัย เป็นนายรัติภูมิ พิมพ์ใจใส เซลล์แมนที่หายตัวไป ว่า จากการชันสูตรเบื้องต้นไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลการถูกทำร้าย แต่มีภาวะตับและไตล้มเหลว อวัยวะภายในเสื่อมสลาย และจากการตรวจเลือด ชิ้นส่วน อวัยวะ พบมีสารเมทแอมเฟตามีน ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุทำให้อวัยวะภายในล้มเหลว

แต่อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้เก็บตัวอย่างเลือด ชิ้นส่วนอวัยวะและเส้นผม เพื่อสกัดหาสารเสพติดอีกครั้ง ส่วนบาดแผล 2 จุดบริเวณใบหน้าและท้ายทอยไม่ได้เป็นบาดแผลที่ทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ สำหรับอาการคลุ้มคลั่ง ที่พบในกล้องวงจรปิด ก่อนที่จะนำตัวส่งโรงพยาบาลนั้น อาจจะเกิดจากฤทธิ์ของสารเมทแอมเฟตามีน ส่วนการรักษาอาการป่วยตลอด 10 วัน ในโรงพยาบาล นายรัติภูมิ ไม่ได้สติ แพทย์จึงรักษาตามอาการ

ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ในส่วนของคดีที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน ที่มีการอ้างว่าผู้เสียชีวิตขโมยมาในทางคดีเมื่อผู้กระทำผิดเสียชีวิตลง คดีจะถูกยกฟ้อง แต่ทางตำรวจจะพิสูจน์ทราบให้ได้ข้อเท็จจริง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตต่อไป

โดยล่าสุดในวันนี้นั้นน.ส.นันทิยา หรือกิ๊ก สุวรรณวาสี ภรรยานายรัติภูมิ ได้โพสต์ภาพคู่กับสามีเป็นสีดำ แล้วแคปชั่นว่า ไม่อยากจะเชื่อเลยจะมีวันนี้เกิดขึ้นกับชีวิตเรา การจากของคุณที่ไม่เคยรู้ว่าจะไม่กลับมาหากิ๊กแล้ว คำพูดของคุณที่เคยเตือนกิ๊ก หรือสั่งสอนในทางที่ดี ควรปฏิบัติ กิ๊กจะจำให้ขึ้นใจ… คุณไม่ต้องห่วง กิ๊กรู้คุณรักพ่อแม่ และห่วงมากแค่ไหน …กิ๊กก็ไม่ทิ้งพ่อแม่คุณ…ถึงคุณจะไม่อยู่เพียงกาย แต่คุณอยู่ในใจกิ๊ก จนลมหายใจสุดท้ายของกิ๊กตลอดไป…

เพราะคำว่า”รัก”….มันก็มีให้แต่เพียง “ผู้ชายคนที่กิ๊ก แต่งงานด้วย” แค่เพียงคนเดียวเท่านั้น… คือ”เบิร์ด”

กิ๊กเคยบอกคุณในวันนั้น..จำได้มั้ย รูปนี้ เป็นรูปคู่สุดท้ายที่อยู่ในเครื่องมือถือกิ๊ก…แต่ทุกภาพความทรงจำเรื่องของเราตั้งแต่รู้จักจนถึงก่อนวันที่กิ๊กจะหมดลมจะอยู่ในใจกิ๊กเสมอ…หลับให้สบาย อ้วน… คนทางนี้จะจัดการให้เอง “ไม่มีคำว่าสูญเสียเปล่า” ที่ผ่านมาคุณทำดีที่สุดแล้วเบิร์ด…รักคุณเสมอ… จนกว่ากิ๊กจะหมดลมหายใจ “BiRd Rattipoom” ๐๖/๐๒/๒๕๖๐



ขอบคุณภาพจาก kapook , Gigg Okinawa,ที่มา:siamvariety

Powered by Blogger.