ดราม่าสนั่น!!!! สาวโพสต์จวก ช้างป่าถูกไล่ล่าเอาชีวิตจนตกบ่อโคลนอย่างไร้ความปรานี ล่าสุดกรมอุทยานแห่งชาติออกมาชี้แจงแล้ว!?(มีคลิป)


สาวโพสต์ดราม่าคลิปไล่-ยิงใส่ช้างป่าตกบ่อน้ำ วิ่งเตลิด ที่ จ.จันทบุรี จนถูกด่ายับ สุดท้ายเจอชาวเน็ตแฉกลับ คนโพสต์ต้องการเรียกยอดไลค์มากกว่า ด้านรองอธิบดียืนยันทุกคนทำงานด้วยใจ และอยากช่วยสัตว์กันทั้งนั้น

จากกรณีโลกออนไลน์มีการแชร์ภาพและข้อความจากเฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งระบุถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ที่ไม่คำนึงถึงจิตใจของสัตว์ โดยไล่ต้อนและไล่ยิงช้างป่าหลายตัวจนตกบ่อ ทำให้ช้างตกใจเตลิดไปคนละทิศคนละทางนั้น พร้อมเผยคลิปวินาทีช่วยช้างขึ้นจากบ่อโคลน จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการทำงานของกลุ่มคนดังกล่าวเป็นอย่างมาก


ในขณะที่ชาวเน็ตอีกฝ่ายกลับบอกว่า เป็นการช่วยช้างขึ้นจากบ่อของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่การทำร้ายสัตว์อย่างที่เจ้าของโพสต์คนดังกล่าวได้ระบุไว้ และมองว่า คนโพสต์รายนี้ต้องการเรียกยอดไลค์จากคนดูเสียมากกว่า เกี่ยวกับเรื่องนี้ (22 มกราคม 2560) นายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เผยว่า โดยปกติแล้วการช่วยช้างป่าขึ้นจากหลุมหรือบ่อโคลนเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ยิ่งถ้าช้างมีหลายตัวตามที่ปรากฏในคลิป ก็ยิ่งอันตรายขึ้นไปอีก เนื่องจากทางเจ้าหน้าที่จะไม่สามารถยิงยาซึมใส่ช้างได้ จึงต้องใช้รถแบ็คโฮหรือใช้แรงคนในการทำทางขึ้นจากบ่อ ซึ่งจุดนี้อาจทำให้ช้างมีความเครียดมากขึ้น

ส่วนคนที่โพสต์คลิปดังกล่าว ตนมองว่า เขาอาจจะมองเจตนาของเจ้าหน้าที่ผิดไป จึงอยากจะให้ชาวโซเชียลมีเดียเสพสื่อต่าง ๆ อย่างมีสติ เพราะไม่มีเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานฯ คนไหนมีเจตนาทำร้ายสัตว์ ทุกคนล้วนทำงานด้วยใจและอยากช่วยสัตว์กันทั้งนั้น 


อย่างไรก็ตามที่เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ขณะที่เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนไล่ต้อนช้างป่า 40 ตัวกลับเข้าป่า หลังจากที่เข้ามานอนหลังสวนป่าอรัญปิยวงศ์ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี โดยได้ไล่ต้อนเข้าป่าแล้วกว่า 30 ตัว แต่กลับมีช้างป่า 5 ตัวตกบ่อน้ำขณะลงไปกินน้ำ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลือขึ้นจากบ่อน้ำดังกล่าวจนปลอดภัยครบทุกตัวแล้ว


ชมคลิป


ภาพและข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

ที่มา workpoint

Powered by Blogger.