ใครด่ามีเงิบ !!!! หลังจากพระพุทธะอิสระ ออกมาทำกับข้าวแจกโดนด่ายับ ล่าสุดออกมาตอกกลับแบบนี้จุกตามๆกัน !????


เมื่อวันที่ 2 พ.ย.59 หลวงปู่พุทธะอิสระ ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)" ซึ่งมีข้อความระบุว่า..."พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร
ทั้งที่พระองค์เป็นพระราชามหากษัตริย์ ยังทรงเสด็จนิวัตรออกจากพระบรมมหาราชวังอันแสนสุขสบาย
ทรงย่ำระบาทไปทั่วแคว้นแดนสยาม เสด็จไปทั่วเขตคามชนบท เพื่อไปพบปะประชาชนของพระองค์ ทรงสอบถามสารทุกข์สุขดิบเพื่อให้ทรงรับรู้ถึงต้นตอของปัญหาทุกข์ร้อนของประชาชนอย่างแท้จริง
ทั้งที่ทรงประทับอยู่ในพระตำหนักเพื่อรอรับฟังการรายงานสรุปด้วยเอกสารและคำเพ็ดทูลจากเจ้าหน้าที่ก็ได้ แต่พระผู้ดุจบิดาของแผ่นดินจักต้องทรงสัมผัสถึงปัญหานั้นๆ ด้วยพระองค์เอง
จนบางครั้งที่ทรงเสด็จไปตรวจงานเยี่ยมประชาชน เจ้าหน้าที่ได้ทำเอกสารและนำขึ้นทูลถวายรายงานพระองค์เป็นเวลาร่วมชั่วโมง
เมื่อจบแล้วพระเจ้าอยู่หัวทรงตรัสว่า

“เราเสียเวลาเดินทางมาถึงพื้นที่ มิใช่ต้องการจะมาดูเอกสารหรือรับฟังรายงานเท่านั้น แต่เราต้องการดูต้นตอของปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อจักแก้ไขให้ถูกจุด”
ที่ต้องยกเอาเหตุการณ์จริงที่ท่านผู้หญิงเกนหลง พระพี่เลี้ยงของพระองค์มาเล่าให้ฟังก็เพื่อชี้ให้ท่านทั้งหลายได้เห็นว่า
วิสัยของพระโพธิสัตว์ จักต้องมีปณิธานอันแน่วแน่ที่จะปลดเปลื้องความทุกข์ยากเดือดร้อนของสรรพสัตว์
วิสัยของพระโพธิสัตว์ จะต้องมากไปด้วยเมตตาบารมี
วิสัยของพระโพธิสัตว์ จะต้องตั้งมั่นอยู่ในวิริยะบารมีอย่างที่คนและสัตว์ธรรมดาจะคาดไม่ถึง
วิสัยของพระโพธิสัตว์ ไม่หลงไม่เชื่ออะไรง่ายๆ หากยังไม่ได้สัมผัสจับต้องและวิเคราะห์ด้วยสติปัญญาของตนเอง
วิสัยของพระโพธิสัตว์ จักต้องเห็นความทุกข์ยากเดือดร้อนของสรรพสัตว์เป็นใหญ่กว่าความทุกข์ยากเดือดร้อนของตนเอง
พระเจ้าอยู่หัวทรงได้กระทำวิสัยของพระโพธิสัตว์ให้พวกเราได้เห็นมาตลอด ๗๐ ปี อย่างต่อเนื่องตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ เพื่อประโยชน์สุขของสรรพสัตว์ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยแท้
ยิ่งทำให้พุทธะอิสระกล้าที่จะเสียสละชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อเป็นพลีต่อพ่อผู้ทรงเป็นพระโพธิสัตว์ ผู้เสียสละ สง่างาม เพื่อแสดงความไว้อาลัยในพระบารมี คุณงามความเป็นพระโพธิสัตว์ของพระองค์
แม้จะต้องทุกข์ยากลำบากตรากตรำ มีภาพลักษณ์ที่เลวระยำ ถ้าหากสามารถทดแทนพระเดชพระคุณของพ่อผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐยิ่งได้ พุทธะอิสระก็จะไม่หวั่นหวาด
ส่วนที่มีคอมเม้นท์มาว่า
--------------------------------------------------
Kanthaka Narangajavana อาหารใดที่ลูกศิษยฺทำไม่เป็นไม่อร่อย พระคุณเจ้าทำให้ดูเป็นการสอน ก็พอแล้ว ผมอยากนิมนต์ให้พระคุณเจ้านั่งปรกเช่นครูบาศรีวิชัย แล้วแผ่สมาธิปกป้องค้มครองประชาชนและเจ้าหน้าทีและราชวงศฺให้ปลอดภัยตลอดจนอุทิศบุญให้พ่อของพวกเรา ไม่ต้องปลงอาบัติปาจิตตีทุกวัน ดูงามทั้งโลกและธรรม มีประโยชน์มากกว่าครับพวกจับผิตจะต้องงันไป คนจะมีเมตตาต่อกันมากขึ้น พ่อก็ก็คงพอพระราชหฤทัย เทวดาจักอนุโมทนา
--------------------------------------------------
พุทธะอิสระต้องขอขอบคุณผู้ที่ใช้นามว่า Kanthaka Narangajavana ที่กรุณาเขียนมาเตือนฉันด้วยความห่วงใย ด้วยจิตที่หวังดีและเอ็นดูนั้น ฉันขอขอบคุณหลายๆ และน้อมรับฟัง
แต่ก็อยากให้คุณเข้าใจถึงสถานการณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นในท้องสนามหลวงและเต็นท์หมายเลข ๙ บ้าง
หรือไม่คุณก็ลองเดินตามรอยเบื้องยุคลบาทของพ่อด้วยการออกมาจากบ้าน แล้วลองมาเดินดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในท้องสนามหลวงว่า
ทำไมพุทธะอิสระจักต้องลงมือไปปรุงอาหารเองทั้งที่ไม่สบาย
ทำไมพุทธะอิสระถึงต้องรีบวางช้อนทั้งที่พึ่งตักอาหารเข้าปากไปได้ไม่กี่คำ
ทำไมคนช่วยงานทั้งในโรงครัววัดและในเต็นท์หมายเลขเก้า จึงดูเปลี้ยหมดเรี่ยวแรง
และฉันเชื่อว่า หากคุณมาอยู่กับเรา มาทำเหมือนๆ เรา และได้เห็นคนมายืนรอเข้าแถวยาวเป็นร้อยๆ เมตรเพื่อจะรอรับอาหารจากพวกเรา
คุณจะยังคิดว่า ขอเอาตัวรอดนั่งนอนให้สบาย หรือทำไม่ได้เพราะไม่สบาย หรือไม่ก็กลัวอาบัติเช่นนี้
คนอื่นๆ อาจทำได้ แต่พุทธะอิสระไม่เคยทำ และทำไม่ได้ ที่มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อเอาตัวรอด แล้วปล่อยให้แขกของพ่อมายืนรออาหาร ตากฝนตากแดดกันเป็นชั่วโมงอย่างที่ฉันเห็น
และฉันก็คิดว่า พ่อของคนไทยทั้งประเทศก็ทรงทนเห็นประชาชนของพระองค์ต้องทุกข์ยากเดือดร้อนไม่ได้ จึงต้องทรงตรากตรำทำงานหนักเพื่อให้ประชาชนของพระองค์พ้นจากความอดอยากทุกข์ยากเดือดร้อน
คนอื่นๆ เขาอาจจะรักพ่อแล้วกลัวเสียภาพ กลัวเสียทรัพย์ หรือกลัวเสียชีวิต
แต่คนอย่างพุทธะอิสระ เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าพ่อเป็นคนที่ดีที่สุดในโลกในเวลานี้ และฉันก็รักพ่อคนนี้มากๆ
ฉันจึงสามารถทุ่มเททุกอย่างเพื่อทดแทนพระเดชพระคุณของพ่อ โดยไม่กลัวเสียภาพ ไม่กลัวเสียทรัพย์ และก็พร้อมที่จะสละชีวิตได้ทุกเมื่อ
การที่คุณ Kanthaka Narangajavana เตือนฉันมาเรื่องอาบัติปาจิตตีย์ เพราะการไปช่วยทำอาหารให้คนหิวกระหายได้กินนี้ ไม่ใช่ฉันไม่รู้สึกผิดบาปหรือละอายนะ ฉันรู้สึกละอายอยู่ตลอดเวลา
แต่จะทำอย่างไรได้เล่า เพราะนี่เป็นวิถีที่ฉันเลือก ฉันเลือกที่จะเดินตามรอยเท้าพ่อ เลือกที่จะช่วยคนอื่นให้รอดก่อน แล้วทุกคนก็จะอยู่รอดด้วยกัน เราก็จะรอดและปลอดภัยในที่สุด
เหมือนดังที่พ่อเคยสอนเคยบอกและเคยทำให้ฉันดูมาตลอด
การที่คุณเตือนฉันว่าจะเป็นอาบัติปาจิตตีย์เพราะทำอาหารเลี้ยงคน
อยากบอกคุณว่าอาบัติปาจิตตีย์ข้อนี้ฉันปลงอาบัติได้
แต่อาบัตินิคสัคคียปาจิตตีย์ที่ภิกษุเกือบทั้งประเทศยินดีในเงินและทอง สะสมเงินและทองนี่สิคุณ ทำไมคุณถึงไม่ห่วงบ้างว่า พระคุณท่านเหล่านั้นจะปลงอาบัติกันตกไหม
เพราะอาบัติที่สะสมเงินทองนี้ พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติว่าจะต้องสละเงินทองนั้นเสียก่อน แล้วจึงจะปลงอาบัติได้
คุณผู้ใช้นาม Kanthaka Narangajavana ลองไปสอบถามหลวงพี่หลวงพ่อทั้งหลายว่า ท่านปลงอาบัติอย่างไรทั้งที่ยังมีเงินฝากในธนาคารกันเป็นล้านๆ
ฉันเป็นอาบัติปาจิตตีย์เพราะทำอาหารเลี้ยงแขกของพ่อ อย่างดีก็ใช้เวลาแค่ปีเดียว ถ้าจะเป็นอาบัติก็ปลงได้ทุกวัน
แต่พวกที่บวชกันมาเป็นสิบๆ ปี สะสมทรัพย์สมบัติจนร่ำรวยเป็นอาเสี่ยเศรษฐีกันทั่วหน้า เขาจะปลงอาบัติกันอย่างไร คุณลองไปถามเขาดูบ้างสิจ๊ะ
กลับมาเรื่องทำกับข้าวอย่างที่จั่วหัวไว้ ไม่มีใครหรอกที่ไม่อยากนั่งนอนสบาย
หากทุกคนในโรงครัววัดอ้อน้อยและในเต็นท์เบอร์เก้าต่างแข็งแรง แต่โดยความเป็นจริงเวลานี้ ทุกคนอ่อนแรง เจ็บป่วย แต่ด้วยจิตกตัญญู พวกเขาต้องการทำเพื่อพ่อเพื่อครูบาอาจารย์
แม้เจ็บป่วยอ่อนละโหยโรยแรง พวกเขาก็ไม่หนีไม่ทิ้ง และคุณจะให้ฉันซึ่งเป็นผู้นำเป็นครูบาอาจารย์ของเขา เอาแต่นั่งชี้นิ้วสั่งการ เอาตัวรอดกลัวอาบัติที่แก้ไขได้ มันจะไม่เป็นการเลวร้ายเกินไปหรือ
ซึ่งในพระอริยวินัยก็บอกไว้ไว้ชัดว่า ภิกษุจับต้องกายสตรีไม่ได้ ต้องอาบัติตามไถยจิต แต่ถ้าเห็นสตรีตกน้ำกำลังจม แล้วกลัวอาบัติยืนดูเฉยๆ ไม่คิดจะช่วย ท่านปรับว่าชั่ว จิตไร้เมตตา
ฉันเอาแค่ผิด แต่ไม่อยากชั่ว ถ้าจะผิดก็ผิดที่ฉันกตัญญูต่อพ่อ ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ กตัญญูต่อแผ่นดินมากเกินไป จึงสมควรที่จะต้องอาบัติ
ที่อธิบายมาเสียยืดยาวก็เพราะอยากให้พวกคุณเข้าใจถึงจิตใจฉัน
และเข้าใจในสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้นในเต็นท์หมายเลข ๙"
พุทธะอิสระ

Powered by Blogger.