จำได้ไหม !!!! คดีแก๊งชาวจีนควงปืนปลอม ปล้นร้านปืนจริง ล่าสุดเป็นแบบนี้แล้ว!!!! แทบล้มทั้งยืน



8 พ.ย.59 ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาคดีปล้นร้านปืน วังบูรพา ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายซัน หรือซุน จุนเหวย อายุ 27 ปี , นายลี คุณ เปง อายุ 26 ปี , นายหม่า เกิง อายุ 34 ปี และนายเซียง หยาง หรือเจิ้น หยาง อายุ 30 ปี ทั้งหมดเป็นชาวจีน เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น , ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้อาวุธทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บฯ , ร่วมปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม , ร่วมกันพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรและไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ร่วมกันมีและใช้วิทยุโทรคมนาคมโดยไม่รับอนุญาต อันเป็นความผิด พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.2498

ตามฟ้องอัยการโจทก์เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2559 ระบุพฤติการณ์สรุปว่า ระหว่างวันที่ 1-3 มีนาคม 2559 เวลา 09.30 น. จำเลยทั้งสี่ ร่วมกับนายวู ซิง จุน ที่เสียชีวิตไปแล้วร่วมกันทำแผ่นป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ปลอม และร่วมกันมีเครื่องรับและเครื่องส่งวิทยุคมนาคมยี่ห้อ แฮมเทค จำนวน 2 เครื่องโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วพวกจำเลยได้พกพาอาวุธมีดพับปลายแหลมยาว 8 นิ้ว จำนวน 3 เล่ม ติดตัวไปยัง ถ.อุณากรรณ , ถ.เจริญกรุง และภายในศูนย์การค้าสามยอดพลาซ่า แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม. โดยจำเลยร่วมกันปล้นอาวุธปืนยาวลูกซองแฝด , ปืนลูกซอง , ปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติ , ปืนสั้นลูกโม่ และรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์อีก 1 คัน รวมทรัพย์สินทั้งสิ้น 16 รายการ รวมมูลค่า 3,836,000 บาทของนายปกรณ์ แดงละหม้าย ผู้เสียหายที่ 1 ที่เป็นเจ้าของร้านขายอาวุธปืน “ อินเตอร์อาร์ม ” ที่ ถ.เจริญกรุง แขวงวังบูรพาภิรมย์ โดยการปล้นทรัพย์จำเลยทั้งสี่ กับพวกที่เสียชีวิตไปแล้ว ได้เช่ารถจักรยานยนต์ 2 คันจากร้านที่พัทยา จ.ชลบุรี นำมาใช้เป็นพาหนะในการกระทำผิด และยังได้ซื้อ บีบีกัน ที่เป็นสิ่งเทียมอาวุธปืนคล้ายปืนสั้นกึ่งอัตโนมัติอีก 2 กระบอก มาใช้เพื่อข่มขู่และต่อสู้ขัดขวางด้วย พร้อมกับซื้อเครื่องรับ-ส่งวิทยุคมนาคมเพื่อนำมาใช้ติดต่อสื่อสารในการก่อเหตุด้วย เหตุเกิดที่ แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กทม.

จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาของศาล โดยอัยการโจทก์นำสืบพยานประกอบคำรับสารภาพจำเลยแล้ว

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า โจทก์มีเจ้าของร้านขายอาวุธปืน ผู้เสียหายที่ 1 และพนักงานประจำร้าน ผู้เสียหายที่ 2 ซึ่งถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ เบิกความสอดคล้องกันในรายละเอียดที่เกิดขึ้นตามวัน –เวลาว่า ขณะอยู่ในร้านมีคนร้าย 2 คนสวมหมวกไหมพรม สวมทับด้วยหมวกกันน็อก บุกเข้ามาในร้านแล้วใช้อาวุธมีดแทงเจ้าของร้าน ผู้เสียหายที่ 1 ที่บริเวณอก และด้านล่าง ได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่พยายามดิ้นต่อสู้คนร้ายพยายามนำกุญแจมาล็อคมือ จากนั้นมีคนร้ายอีก 2 คนตามเข้ามาในร้าน ซึ่งพนักงานประจำร้าน ผู้เสียหายที่ 2 ก็ถูกคนร้ายใช้มีดแทงได้รับบาดเจ็บด้วย ระหว่างผู้เสียหายถูกจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนบีบีกันจ่อศีรษะบังคับอยู่ แต่สังเกตเห็นระหว่างการสไลด์ปืนว่าไม่มีลูก และเป็นปืนบีบีกัน จึงส่งเสียงขอความช่วยเหลือ ซึ่งหลังเกิดเหตุแล้วคนร้ายถูกจับพยานก็สามารถชี้ตัวถูกว่าเป็นจำเลยที่ 1 และ ที่ 3

นอกจากนี้โจทก์ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ช่วยยิงสกัดคนร้ายระหว่างหลบหนี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ รปภ.สวนรมณีนาถ ที่คนร้ายวิ่งหนีไป และวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เบิกความสอดคล้องหลังมีการติดตามจับกุมคนร้ายว่าจำเลยที่ 2 ถอดเสื้อและหมวกทิ้งไว้ที่สวน ก่อนเข้าไปหลบที่บ้านไม่มีเลขที่บริเวณใกล้เคียง

ขณะเดียวกับยังมีผู้จัดการโรงแรม,ผู้ที่ขายอาวุธปืนบีบีกัน,ผู้ที่ขายวิทยุคมนาคม และผู้ที่ให้เช่ารถกับจำเลย ก็เบิกความสอดคล้องกัน โดยพยานโจทก์ทั้งหมดต่างไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยทั้งสี่มากก่อน จึงมีน้ำหนักให้รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่าจำเลยที่ 4 เป็นตัวการ สั่งการผ่านวิทยุคมนาคม ให้จำเลยที่ 2-4 ก่อเหตุโดยคดีนี้จำเลยทั้งสี่ ก็รับสารภาพและนำชี้จุดที่เกิดเหตุอีกด้วย

จึงพิพากษาว่า นายซัน หรือซุน จุนเหวย จำเลยที่ 1 มีความผิดตามฟ้อง ให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามฆ่าอื่น,ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม,ร่วมกันใช้วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต , ร่วมกันพกอาวุธไปในที่สาธารณะ และร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน รวม 5 ข้อหา

ส่วนนายลี คุณ เปง,นายหม่า เกิง และนายเซียง หยาง หรือเจิ้น หยาง จำเลยที่ 2-4 ให้ลงโทษฐานร่วมกันพยายามฆ่าอื่น,ร่วมกันใช้เอกสารราชการปลอม , ร่วมกันใช้วิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ร่วมกันพกอาวุธไปในที่สาธารณะ รวม 4 ข้อหา

จำเลยทั้งหมดให้การรับสารภาพ มีเหตุลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุก นายซัน หรือซุน จุนเหวย จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 33 ปี 28 เดือน และปรับ 3,000 บาท ส่วนนายลี คุณ เปง,นายหม่า เกิง และนายเซียง หยาง หรือเจิ้น หยาง จำเลยที่ 2-4 ให้จำคุกคนละ 33 ปี 22 เดือน และปรับคนละ 3,000 บาท ส่วนของกลางทั้งหมดให้ริบ

ที่มา:siamdrama

Powered by Blogger.