แต่งแล้วจ้า !!!! พั้นช์ เปิดใจความรัก 8 ปี ปลั๊ก ที่แท้คือมหาเศรษฐีแบบนี้เองหรอเนี้ย !????



ถึงแม้จะคบหาดูใจกันแบบไม่ค่อยหวือหวาเหมือนกับคู่รักซุปmตาร์ คู่อื่นๆ แต่ล่าสุดนักร้องสาวตาดำๆ "พั้นช์ วรกาญจน์" ก็ได้ออกมาเปิดใจกับเราว่า ภายในไม่เกิน 1-2 ปี หลังจากนี้แฟนๆ อาจจะได้ยินข่าวดีเกี่ยวกับงานวิวาห์ของเจ้าตัวกับ ปลั๊ก" แฟนหนุ่มนอกวงการดีกรีนักธุรกิจใหญ่ ที่คบหากันมานานกว่า 8 ปี เนื่องจากตอนนี้ทางผู้ใหญ่ก็ได้มีการพูดคุยกันบ้างแล้ว พร้อมเผยประทับใจอีกฝ่ายตรงที่เป็นคนคุยง่าย เสมอต้นเสมอปลาย แถมยังขยันสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง...

ความรักของเรากับแฟนตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ? 
"ก็ปกติดีค่ะ มีความสุขลงตัวดี (ยิ้ม)"

แฮปปี้ขนาดนี้ใกล้จะแต่งงานแล้วหรือยัง ? 
"จริงๆ อายุก็เยอะพอสมควรแล้วล่ะ (หัวเราะ) ก็ยอมรับค่ะว่ามีคุยบ้าง เพราะเราเองก็พร้อมในระดับหนึ่ง แต่ว่าอาจจะด้วยเวลาที่มันยังไม่ลงตัวมากกว่าว่าจะยังไง เพราะทางบ้านฝ่ายชายเขาก็โอเค เขาก็มองว่าถึงเวลาแล้ว อาม่าเขาก็ถาม ตลอด เพราะท่านก็อายุเยอะแล้ว ส่วนทางคุณแม่พั้นช์เองถามว่าท่านเร่งไหม เอ่อ...ก็ไม่นะ ท่านยกให้พั้นช์เป็นคนตัดสินใจมากกว่า"

แสดงว่าก็มีลุ้นเหมือนกันที่จะได้เห็นเราแต่งงานปีนหน้า ?
"ก็ไม่แน่ค่ะ (ยิ้ม)"

เห็นว่าฝ่ายชายเป็นเศรษฐีเมืองชุมพร เลยจะจัดงานใหญ่โต ? 
"(ยิ้ม)ไม่ใหญ่ค่ะ เขาเป็นคนที่ไม่ค่อยหวือหวาค่ะ เรียบๆ อันนี้เป็นความตั้งใจของพั้นช์เอด้วย เพราะอยากประหยัดงบ (หัวเราะ) แต่เอาจริงๆ เรายังไม่ได้คุยรายละเอียดลึกๆ เลยนะ เพราะถ้าจัดงานเราก็คงอยากให้เป็นแบบครอบครัวมากกว่า ไม่ได้อะไรเยอะค่ะ"

ที่บอกว่าเรื่องเวลาไม่ลงตัวอันนี้คือเรายังห่วงงานด้วยไหม ?
"จริงๆ ก็ทางบ้านฝ่ายชายเขาก็มีเกรงใจเราเหมือนกัน เขากังวลว่าถ้าหากมีครอบครัวแล้วมันจะยังไง ซึ่งพั้นช์ก็บอกเขาว่ามันก็ผ่านไปแล้ว คือทำงานตรงนี้มานานก็ไม่ได้ซีเรียสเรื่องนั้นแล้วค่ะ"

ความรักของเรากับหนุ่มคนนี้คบกันมากี่ปีแล้ว ? 
"เกือบ 8 ปีแล้วค่ะ ตอนนี้เขาก็อยู่กรุงเทพ ก็มีเวลาเจอกันเรื่อยๆ"

ส่วนตัวของเราเองถ้าหากแต่งงานแล้ว ตั้งใจจะมีลูกเลยไหม ?
"เคยถามเขาเหมือนกัน ซึ่งตัวเขาเองก็อยากมีนะคะ และผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็อยากให้มี แต่ด้วยความที่พั้นช์เองยังนึกภาพนั้นไม่ออกว่าจะเป็นยังไง ยังนึกตัวเองไม่ออกว่าถ้าท้องป่องเป็นยังไง เลยยังไม่ได้คิดหรือโฟกัสไปถึงจุดนั้นมาก"

พอจะบอกได้ไหมว่าฝ่ายชายทำงานอะไรอยู่ ? 
"จริงๆ แล้วครอบครัวเขามีธุรกิจเป็นของตัวเองค่ะ แต่เขามาทำงานเกี่ยวกับเย็บผ้า คือเขาได้ลูกค้ามาแล้วก็มาจ้างลูกจ้างเย็บผ้าอีกทีหนึ่ง แล้วก็ทำตามออร์เดอร์"

แต่คนพูดกันว่าฝ่ายชายเป็นเศรษฐีชุมพรจริงไหม ? 
"ไม่ได้เป็นค่ะ บ้านเขามีธุรกิจเฉยๆ ครอบครัวเป็นกงสีมากกว่า ซึ่งครอบครัวทางโน้นเขาก็จะมีอาม่าอากงดูแลอยู่ เขาก็เลยกลับมาที่กรุงเทพได้ อารมณ์เหมือนเขาอยากจะลองทำอะไรด้วยตัวเอง เขาก็เลยไปทำงานเย็บผ้าดู มีเพื่อนเขาชวนไปลองทำ เขาก็สร้างตัวของเขาได้ ซึ่งพั้นช์ก็มองว่าโอเคค่ะ"

ในฐานะที่เราเป็นคนสนิท เราได้มีส่วนช่วยซัพพอร์ตเขายังไงบ้าง ?
"จริงๆ ก็เคยไปมาแค่ครั้งหนึ่งค่ะ ไปดูโรงงานเขา ก็เห็นจักรเย็บผ้าเต็มไปหมดเลย แล้วมีคนงาน เขาก็โอเคนะ ตึกหนึ่งสร้างมา แล้วเหมือนทุกอย่างมันก็ไปได้สวยเขาก็เลยได้อีกตึกหนึ่ง เราก็รู้สึกว่าโอเคอ่ะ มันต้องหาลูกค้าเอง ต้องคอยเข้าหาลูกค้า เห็นเขาทำของเขาได้เราก็โอเคค่ะ เราไม่เคยไปช่วยเลย แต่เคยไปอยู่ครั้งเดียว ไปดูว่าเป็นยังไงเฉยๆ"

แสดงว่าสำหรับหนุ่มคนนี้เราก็ค่อนข้างมั่นใจเหมือนกันว่าจะฝากชีวิตไว้กับเขาได้ ? 
"ถ้าอย่างน้อยคนขยันก็ไม่อดตาย เขาอาจจะมีหรือไม่มี แต่ถ้าเขาไม่ท้อกับงาน สู้งาน ไม่ว่ายังไงเราก็ไปด้วยกันได้ แค่นี้ก็โอเคแล้วค่ะ"

กับหนุ่มคนนี้เราประทับใจเขาที่ตรงไหน ? 
"เขาเสมอต้นเสมอปลายนะ แล้วเขาแบบไม่วุ่นวาย ไม่ยุ่งยากเยอะ (ยิ้ม) เราคบกันเหมือนเป็นเพื่อนกัน ให้มารับก็มา ถ้าไม่มาก็ไปเอง สบายๆ ดีค่ะ คุยกันง่ายๆ ทุกเรื่องเลย"

ที่มา:siamdrama

Powered by Blogger.