หากเลือกเกิดได้ใครก็อยากเกิดมาครบ32!! ชีวิตสุดรันทด ลุงชิติ "ป่วยโรคเท้าแสนปม" ล่าสุดหน่วยงานเข้าช่วยแล้ว!?? เผยอยากทำสิ่งนี้ก่อนตาย รู้แล้วน้ำตาไหล!!??



เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากมีการเปิดเผยเรื่องราวชีวิตรันทดของนายชิติ เจริญรัตนประภา อายุ 60 ปี ซึ่งป่วยเป็นโรคเท้าแสนปม อาศัยอยู่ในกระต๊อบไม่มีเลขที่ ม.2 ต.ธารน้ำทิพย์ อ.เบตง จว.ยะลา เป็นบ้านหลังเล็กๆ มุงด้วยหลังคาสังกะสีเก่าๆ และใช้ถุงปุ๋ยกับป้ายไวนิลขึงล้อมไว้แทนฝาบ้าน กันฝนไม่ได้ ไม่มีประตู ไม่มีห้องน้ำ มีไฟฟ้าที่เพื่อนบ้านต่อให้ 1 ดวง ภายในกระต๊อบมีแค่เสื่อปูนอนกับผ้าห่ม และเครื่องครัวเตาถ่านเท่านั้น

ล่าสุด ร.ต.อ.ธนฤทธิ์ โพธิ์เตี้ยมเทียม รองสวป.สภ.เบตง พร้อมด้วย ชุดตชส.ฯ ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเบตง เทศบาลเมืองเบตง เหล่ากาชาดอำเภอเบตง ผู้นำท้องที่ และประชาชน ในพื้นที่ได้มาเยี่ยมนายชิติ และพูดคุยเพื่อให้กำลังใจในการต่อสู้กับโรคดังกล่าว และได้มอบถุงยังชีพพระราชทานให้ใช้ในการอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน

ลุงชิติเผยชีวิตรันทดให้ฟังว่า ป่วยเป็นโรคท้าวแสนปมมาตั้งแต่อายุ 15 ปี มุ่งทำงานหาเลี้ยงชีพ แต่ก็ไม่มีใครกล้ารับเข้าทำงานด้วย เพราะรังเกียจโรคที่เป็นอยู่ จึงต้องอาศัยอยู่กับน้องชายที่กรุงเทพฯแถวถนนพหลโยธิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ แต่น้องชายมีฐานะยากจนและอยู่ตัวคนเดียวเหมือนกัน แต่ไม่ได้เป็นโรคท้าวแสนปม ซึ่งอยู่ไปก็มีแต่คนรังเกียจ บางครั้งคิดน้อยใจจะฆ่าตัวตาย แต่มีเพื่อนในละแวกแถวนั้นซึ่งเป็นชาวพม่ามาให้กำลังใจในการต่อสู้ชีวิตและได้ชักชวนลงมาอยู่อ.เบตง พยายามหางานทำแต่ก็ไม่มีใครจ้าง

เพื่อนชาวพม่าบอกกับตนว่าจะหาเลี้ยงเองด้วยความสงสาร กระทั่งเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อนชาวพม่าถูกจับกุมข้อหาหลบหนีเข้าเมืองและถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศพม่า ตนจึงต้องอยู่เพียงลำพังตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ตนอยากกลับบ้านเกิดที่กรุงเทพฯ เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพในหลวงที่กรุงเทพฯสักครั้งหนึ่งในชีวิต

ที่มา:siamdrama

Powered by Blogger.