เจ้าหญิงนักกฏหมาย !!!! พระองค์ภาฯ กับหน้าที่อัยการแห่งประเทศไทย บอกเลยท่านเคยทำในสิ่งนี้แทนผู้หญิงทั่วโลก !??



พระองค์ภา’ ทรงประทับพระทัยหน้าที่อัยการจังหวัดห่างไกล ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทจากร้ายกลายเป็นดี อนาคตของสังคมและชาติบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับคุณภาพของเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า ด้วยเหตุนี้ การกำหนดทิศทางหรืออนาคตให้แก่บ้านเมือง เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทยให้เป็นผู้นำที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม สามารถบริหารจัดการ และพิจารณาตัดสินเรื่องต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ให้บังเกิดผลแก่ประโยชน์ส่วนรวมและประเทศไทย เมื่อครั้งพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงมีพระกรุณาธิคุณเสด็จฯเป็นองค์ประธานเปิดงานอบรมหลักสูตร เยาวชนภิวัฒน์ พร้อมประทานพระดำรัสเปิดการอบรม ใจความตอนหนึ่งว่า

อนาคตของสังคมและชาติบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับคุณภาพของเยาวชนที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในวันข้างหน้า ด้วยเหตุนี้การกำหนดทิศทางหรืออนาคตให้แก่บ้านเมืองจึงทำได้โดยสร้างเยาวชนให้มีคุณสมบัติพร้อมที่จะเป็นกำลังในการสร้างสรรค์ความเจริญ และความมั่นคงให้แก่สังคมส่วนรวมได้อย่างแท้จริง” พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ได้ประทานสัมภาษณ์เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ และเป็นแนวทางแก่เยาวชนที่เข้าอบรมทุกคน ดร.วิชญะ เครืองาม กราบทูลสัมภาษณ์ ถึงสาเหตุที่ทรงเลือกเป็นอัยการจังหวัดที่ค่อนข้างเล็กและห่างไกล

สำหรับระยะเวลาที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จ พึงพอใจในการปฏิบัติงานพอสมควร ข้อสังเกตที่ว่างานการทูตและงานอัยการมีความคล้ายคลึงกันตรงที่เป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับสังคม เป็นเรื่องการใช้ภาษาและวาจา แต่อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไป ซึ่งการทำงานทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้นทำให้เห็นมุมมองทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นได้อย่างครบครัน ส่วนวิธีการจัดสรรเวลา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา รับสั่งว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการแบ่งเวลา ต้องแบ่งว่าเวลานี้ทำงานในหน้าที่อัยการ หรือนักการทูตเป็นหลักก่อน ส่วนเวลาที่เหลือก็อาจมารับงานหมายเชิญเสด็จต่าง ๆ โดยหมายเชิญเสด็จนั้นจะให้ความสำคัญกับหมายงานที่เป็นโครงการที่เราริเริ่ม และดำเนินการด้วยตัวเองก่อนก็ต้องรับผิดชอบงานตรงนั้น เช่น โครงการกำลังใจ, โครงการเศรษฐกิจพอเพียง ที่ จ.อุดรธานี และหนองบัวลำภู ฯลฯ

นอกจากนั้นก็จะเป็นเวลานันทนาการต่าง ๆ อาทิ การออกกำลังกาย และการพบเจอเพื่อน ๆ ด้านแรงบันดาลใจในการริเริ่มทำโครงการต่าง ๆ มักเกี่ยวข้องกับอาชีพ และความรู้ที่ได้เรียนมาเพื่อช่วยเหลือสังคม เช่น การช่วยเหลือผู้ต้องขัง ส่วนหนึ่งเป็นแรงบันดาลใจในฐานะของนักกฎหมาย เพราะว่ากระบวนการยุติธรรมเริ่มและจบไปแล้ว แต่ว่าชีวิตของคนที่ถูกส่งเข้าเรือนจำ ควรจะมีโอกาสพัฒนาตัวเองหลังจากนี้เพื่อกลับมาสู่สังคมอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังประทานสัมภาษณ์ถึงเรื่องการใช้ชีวิต และการเป็นเยาวชน มีรับสั่งว่า การใช้ชีวิตต้องมีความสมดุลทั้งเรื่องที่เป็นสาระ ความบันเทิง และความอบอุ่นในหมู่ครอบครัว และเพื่อน
สิ่งเหล่านี้ควรที่จะรักษาสมดุลเอาไว้ให้ดี และสิ่งสำคัญที่สุด คือ การดำรงทัศนคติที่ดี มีจิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ อยากฝากถึงเยาวชนยุคใหม่ว่า การใช้ชีวิตต้องมีการพิจารณาอย่างถ่องแท้ เพราะเราอยู่ในโลกแห่งยุคโลกาภิวัตน์ ที่มีทั้งสื่อโซเชียล ที่เข้ามากระทบต่อชีวิตเรา เพราะฉะนั้น การตั้งสติและพิจารณาเป็นเรื่องที่สำคัญ และชีวิตควรใช้ให้เป็นประโยชน์ สามารถรักษาสมดุลเอาไว้ให้เราและคนรอบข้างมีความสุขไปด้วยพร้อมกัน

ที่มา:siamdrama

Powered by Blogger.