ไม่เคยทัก !!!! พล.ต.ต.นพดล วีรบุรษตำรวจเหล็ก เผยท่านนายกไม่เคยทักแต่พอมาวันนี้เดินเข้ามาพูดคำหนึ่ง น้ำตาไหลพราก !????


เป็นเรื่องดีๆ เรื่องหนึ่งที่ปรากฏอยู่บนเพจเฟสบุ๊ก Wassana Nanuam กับความงดงามในมิตรภาพระหว่างผู้บังคับบัญชาอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. กับ พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ รอง ผบช.ภ.9 ซึ่งล่าสุดกำลังจะขึ้นดำรงตำแหน่ง ผบช.ประจำ สนง.ตร.แห่งชาติ ดังข้อความที่คงจะสร้างรอยยิ้มให้ใครหลายคน

นายตำรวจผู้ถวายงาน ในหลวง มาตั้งแต่เด็กๆ และชีวิตนี้เกิดใหม่เพราะ "ในหลวง" ทั้งๆที่เหมือนจะตายไปแล้ว จากระเบิด ที่ ชายแดนใต้ แต่ด้วย เดชะพระบารมี เขารอด จนมามีวันนี้.... บิ๊กตู่ เลือกให้มาเป็น ผู้บัญชาการ ประจำสำนักประสานงาน สมช. เพื่อช่วยงานเรื่องภาคใต้

บิ๊กตู่ ทักทาย พล.ต.ต.นพดล เผือกโสมณ " เป็นยังไงบ้าง" มีอะไรให้ช่วย ก็บอก นายทหารฝ่ายเสธ. มาได้เลย


พลตำรวจตรี นพดล เป็นอดีต รอง ผบก.ภ.จว.นราธิวาส ที่ทำงานมาตั้งแต่จบ รร.นายร้อยตำรวจ รุ่น35 แต่มาโดนระเบิด เมื่อปี 50 แขนซ้าย ขาซ้าย แหลกเละ ขาด ในเวลานั้น ใครๆก็คิดว่า ตายแน่นอน


"สติ เท่านั้น ยังรู้ตัวอยู่ แวบแรก คือ นึกถึง ในหลวง เดชะพระบารมี ทำให้ตนเองไม่สลบ หรือหมดสติ ไป ทนความเจ็บปวดปางตาย ก่อนมาสลบที่ รพ.2วัน พอฟื้นขึ่นมา ก็นึกถึง ในหลวง ทำให้รู้ว่า เราไม่ตาย แล้วพอได้ยินว่า พระองค์ท่านรับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็ยิ่งมีความหวัง รู้ว่า เราไม่ตาย แน่ พระองค์ท่านคือผู้ให้ชีวิต เหมือนทำให้ได้ เกิดใหม่. มีกำลังใจมหาศาล". พลตำรวจตรี นพดล เล่านาทีชีวิต ที่นราธิวาส เมื่อ 9 ปีที่แล้ว

ไม่ใช่เรื่องเกินจริง ที่ นายตำรวจคนนี้ จะมีแต่ "ในหลวง ภูมิพลฯ" อยู่เต็มหัวใจ เพราะ ตั้งแต่เด็ก ก็เรียนรร. ไกลกังวล ได้เข้าเฝ้า บ่อยๆ และปฏิญาณตน ทุกวัน และได้พระราชทานรางวัลความประพฤติดี ด้วย จดจำ ซึมชับ คำสอนของ ในหลวง มาตลอด และ เป็นส่วนสำคัญ ที่ทำให้ ตัดสินใจ เป็นตำรวจ ดูแลประชาชน และเลือกที่จะลงชายแดนใต้ เพราะในหลวง ที่เห็นพระองค์ เสด็จพระราชดำเนินไปทุกที แม้แต่ภาคใต้ ไกล ป่าเขา อันตราย ไม่เคยทิ้งประชาชน เมื่อลงไปอยู่ใต้ ก็ทำโครงการพระราชดำริ พิกุลทอง และ ถวายงาน เมื่อทรงแปรพระราชฐาน มาพระตำหนักทักษิณ นราธิวาส ทุกครั้ง

หลังโดนระเบิด สมเด็จพระเทพฯ พระราชทานขาเทียมให้ ทรงเลือกที่ดีที่สุด ทำให้ พลตำรวจตรี นพดล เดินได้สะดวกมาก จนถ้าใครไม่สังเกตุ จะดูแทบไม่รู้เลยว่า ใส่ขาเทียม ส่วนแขนซ้ายช่วงข้อมือ และมือ นิ้ว ไม่เป็นรูป นัก เพราะกระดูกแตกหมด หมอต้องเอาเนื้อจากส่วนอื่นของร่างกาย มาโปะ นิ้วขยับได้นิดหน่อย. แต่ก็สู้ชีวิต เพราะ ยึดเพลงพระราชนิพนธ์ "ยิ้มสู้" เป็นแรงใจ


นอกจาก เหรียญ หลวงปู่ทวด ที่คุ้มครอง แล้ว เขาเชื่อว่า เหรียญในหลวง ที่แขวนคอด้านหลังมาตั้งแต่เด็กทำให้รอดชีวิต และยังคิดว่า เด็กๆ ตอน อยู่ รร.ไกลกังวล ในเวลาที่ในหลวง เสด็จกลับแล้ว เราจะค่อยๆเข้าไป ตรงพระที่นั่ง แล้ว แย่งกัน ดื่มน้ำจากแก้วของในหลวง เพราะถือว่าเป็น สิริมงคล อย่างยิ่ง ด้วย นั่นเอง

"วันนี้ ในหลวง ไม่อยู่แล้ว แต่คำสอน พระบรมราโชวาท ยังอยู่ในใจผมตลอด ไม่ว่าจะทำอะไร นึกถึง พระองค์ ตลอด สวดมนต์ไหว้พระ ก็นึกถึงเดชะพระบารมี ที่ทำให้ผมมีวันนี้ ความเจ็บปวด สิ้นหวัง ไม่เคยเกิดขึ้นในความคิดผมเลย ชีวิตนี้ ท่านพระราชทานให้มาเกืดใหม่ ผมถือเป็นราชพลีแล้ว ไปไหนไปได้หมด ให้ลงใต้อีก ผมก็ไป ขอ อย่าไป ยอมจำนน กับโชคชะตา"

ขณะที่ครั้งหนึ่ง พล.ต.ต.นพดล ได้ย้อนเล่าถึงเหตุการณ์เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2550 ว่า “ ในวันนั้นเกิดเหตุระเบิดบริเวณโคนเสาไฟฟ้าริมถนนสายนราธิวาส-ตากใบ จ.นราธิวาส แต่หลังจากวางระเบิดลูกแรกไว้ ก็มีลูกที่สองที่หวังให้เจ้าหน้าที่เข้าไปเหยียบ ซึ่งตนเองได้เข้าไปและเหยียบระเบิดลูกนั้น แรงระเบิดทำให้ขาซ้ายและแขนซ้ายขาด ขาขวาหัก สะเก็ดระเบิดบาดตามร่างกายและเข้าตาซ้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส แพทย์ที่เห็นสภาพก็ยังไม่มั่นใจว่าจะยื้อชีวิตไว้ได้หรือไม่ ต้องรักษาตัวที่ รพ.สงขลานครินทร์ นาน 353 วัน หรือเกือบปี ทั้งรักษาบาดแผล ฟื้นฟูร่างกาย ใส่ขาเทียม และทำกายภาพเพื่อให้กลับมาทำงานได้จนถึงทุกวันนี้”

“ตอนนั้นก็คิดถึงลูก บอกตัวเองว่า อย่าเพิ่งตายๆ ลูกยังเล็กอยู่ รักษาใจ รักษาสติเอาไว้ จนกระทั่งถึงโรงพยาบาล พบแพทย์ ก็ยังมีสติตลอดเวลา ถ้าหากหลับไปตอนนั้น ก็คงกู้ชีพขึ้นมายาก พอถึงหมอ ผมยังตอบชื่อตัวเองได้ ก็ยังไม่เป็นไร และมีคนมาบอกผมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับผมเป็นคนไข้ในพระบรมราชูปถัมภ์ โอ๊ย ตอนนั้น มีสารเอ็นโดฟินหลั่งออกมา ปลื้มปิติขึ้นมา ยิ่งต้องบอกกับตัวเองว่าต้องไม่ตาย และยังมีเสียงชาวบ้านมาคอยบอกว่า สู้ๆ ได้ยินแต่เสียงพวกเขา ก็สลบไปสองวัน พอฟื้นขึ้นมาก็รู้ว่า เรายังไม่ตาย ก็ต้องสู้ต่อไป”

ที่มา:siamdrama

Powered by Blogger.