แม่พิมพ์ผู้เสียสละ!!!!ครูสาวป่วยด้วยโรคร้ายจนยืนแทบไม่ไหว เวลายืนสอนต้องใช้เชือกพยุงตัว ด้วยจิตวิญญาณของครูทำให้เธอลุกขึ้นสู้ต่อไป (ชมภาพ)



ในปัจจุบันนี้เชื่อว่าคนที่ติดตามข่าวหลายคน คงจะได้รับข่าวสารที่เกี่ยวกับครูในแงาลบเป็นจำนวนมาก ในเรื่องของครูที่ทำร้ายนักเรียนที่เป็นลูกศิษย์ของตัวเองด้วยวิธีต่างๆจนทำให้นักเรียนได้รับบาดเจ็บ จนกลายเป็นคดีความขึ้นมา แต่สำหรับเธอคนนี้แล้ว ถึงแม้ว่าร่างกายจะป่วยหนักแค่ไหนก็ตาม แต่จิตวิญญาณของความเป็นครูนั้นมีเต็มเปี่ยม... เธอคือ คุณครูจูยู่วฟาง นั่นเอง คุณครูนั้นระสบกับโรคกล้ามเนื้อเสียการประสานงานกับสมองและไขสันหลัง เป็นโรคทางพันธุกรรมที่ยังไม่มีหนทางรักษาให้หายขาดได้และนั่นทำให้เธอสูญเสียความสามารถในการเคลื่อนไหวไปอย่างช้าๆ ร่างกายก็อ่อนแอมากขึ้นทุกวัน แต่ยังมีสามีของเธอคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง ถึงขนาดจะต้องใช้เชือกที่สามีทำไว้ให้ในห้องเรียนคอยพยุงตัวเอาไว้ เวลาออกมาสอนหนังสือหน้าชั้นเรียน ...


เวลาเดินไปไหน เธอก็มักจะมี สามีคอยดูแลช่วยพยุงเธออยู่เสมอ


และด้วยความที่ร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนคนอื่น ทำให้เธอต้องใช้เวลาในการเตรียมการสอนมากกว่าครูคนอื่น แต่เธอก็อดทนพยายามมาได้ถึงทุกวันนี้


เธอมีอาการแบบนี้มาได้ประมาณ 4 ปีแล้ว ถึงการทำงานของสมองจะเป็นปกติดี แต่เพราะโรคร้ายทำให้เธอต้องสูญเสียการเคลื่อนไหวทางกายภาพอย่างช้าๆ แม้แต่การหายใจและกลืนอาหารยังเป็นเรื่องยาก


สามีของเธอก็เป็นครูในโรงเรียนนี้เช่นกัน เมื่อไม่มีการสอนในวิชาพละ เขาก็จะมาคอยดูแลเธออยู่ด้านหลังห้องเรียน


ถ้าสามีของเธอไม่ว่าง หรือไม่มีคนคอยช่วยพยุง เธอก็จะอาศัยการจับราวบันได เพื่อพยุงตัวเดิน


ไม่ว่าร่างกายจะแย่แค่ไหน แต่ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู ก็ยังทำให้เธอมีกำลังใจสอนมาจนถึงทุกวันนี้


เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง สามีของเธอจึงซื้อลู่วิ่งมาไว้ที่บ้าน เพื่อให้เธอได้ออกกำลังกาย


นักเรียนที่เรียนจบไปแล้ว หลังจากได้รับรู้เรื่องราวของเธอก็กลับมาเยี่ยมและให้กำลังใจ


นักเรียนที่ไม่สามารถมาเยี่ยมคุณครูได้ ก็จะส่งข้อความเพื่อให้กำลังใจแทน


ถึงแม้ร่างกายของคุณครูจะเริ่มทรุดหนักมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดในเวลาพักเที่ยงของทุกๆวัน สามีของเธอจะรับกลับไปพักที่หอพักและซื้ออาหารกลางวันมาให้ แต่ตอนเย็นเธอจะต้องดูแลตัวเอง และต้องเผชิญกับโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษาให้หายได้ แต่สิ่งที่ทำให้เธอไม่ย่อท้อก็คือกำลังใจจากนักเรียนนั่นเอง ซึ่งเป้าหมายของเธอนั้น เธอหวังเพียงว่าจะขอสอนนักเรียนต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่เธอจะสามารถทำได้ ขอคาราวะหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของเธอจริงๆ


ที่มา:tsood

Powered by Blogger.