ซาบซึ้งพระบรมฯ สวมกอด ทูลกระหม่อมหญิงฯ ‘พระเทพฯ’ทรงดูแล !ราชพิธีพระเมรุมาศ!!!



รองนายกฯวิษณุระบุ ‘สมเด็จพระบรมฯ’ทรงมีพระราชบัณฑูร ขอให้ ‘สมเด็จพระเทพฯ’ ทรงเป็นผู้วินิจฉัยเรื่องการก่อสร้างพระเมรุมาศ สำนักพระราชวังแจ้งหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 7 วัน พระบรมศพ วันที่ 19 ต.ค.นี้ ขณะที่โดยรอบพระบรมมหาราชวัง ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศหลั่งไหลมากันมากขึ้นเรื่อยๆ จนเนืองแน่นไปหมด เข้าถวายสักการะ ลงนามแสดงความไว้อาลัย กทม.อนุญาตให้พักค้างคืนที่สนามหลวงได้ แต่ห้ามปรุงอาหาร จุดเตาแก๊ส ซักผ้า หลายหน่วยงานระดมให้บริการในทุกๆ ด้านแก่ผู้มาถวายสักการะ ทุกหน่วยราชการ ทั้งส่วนกลางและต่างจังหวัด ต่างจัดพิธีถวาย สักการะกันอย่างพร้อมเพรียง

‘พระเทพฯ’เสด็จฯพิธีตอนเช้า

เมื่อเวลา 05.55 น. วันที่ 17 ต.ค. พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม และประโคมย่ำยาม ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ต่อมาเวลา 07.05 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราช ดำเนิน ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เพื่อถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ 8 รูป จากวัดสระเกศราชวรมหา วิหาร และวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ในการนี้ คุณพลอยไพลิน เจนเซน พร้อมด้วย คุณสิริกิติยา เจนเซน ธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ร่วมในพระราชพิธีด้วย

ประชาชนรอถวายสักการะ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เช้าบรรยากาศบริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ถนนหน้าพระลาน และบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง มีประชาชน นักเรียน นักศึกษา หน่วยงานราชการ ทยอยเดินทางเข้าแสดงความไว้อาลัย ถวายสักการะพระบรมศพกันอย่างต่อเนื่องและเนืองแน่น โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังประกาศกฎระเบียบการแต่งกาย และข้อปฏิบัติก่อนเข้าไปที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง โดยต้องแต่งกายสุภาพ ห้ามใส่เสื้อแขนกุด กระโปรงสั้น กางเกงขาสั้น แว่นตาดำ รองเท้าแตะ และห้ามใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพภายในพระบรมมหาราชวัง

ด้านการรักษาความปลอดภัยประชาชนที่มาร่วมพิธีนั้น มีตำรวจกองบัญชาการตำรวจ นครบาล เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่เทศกิจ ทั้งในและนอกเครื่องแบบจำนวนมาก กระจายกำลังดูแลความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนที่มาร่วมพิธี และมีทหารเสนารักษ์เดินรอบบริเวณพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวง เพื่อดูแลสุขภาพของประชาชน

ศาลาสหทัยฯ แถวยาวเหยียด

เวลา 08.09 น. ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อแสดงความไว้อาลัย โดยมีประชาชนสวมชุดดำเดินทางมาต่อแถวเข้าทางประตูวิเศษไชยศรีอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จัดให้ประชาชนเข้ามาภายในศาลาสหทัยสมาคมรอบละ 70 คน ขณะที่บริเวณหน้าศาลาสหทัยสมาคม สำนักพระราชวังกางเต็นท์ให้ประชาชนได้มีที่หลบแดดและฝน

น.ส.รุ่งรัตน์ มุกภักดี อายุ 42 ปี เดินทางมาจากจ.ภูเก็ต กล่าวว่าอยากมาถวายสักการะตั้งแต่เสด็จสวรรคตวันแรกแล้ว แต่จองตั๋วเครื่องบินไม่ทัน จึงเดินทางมาถึงเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถฝ่าฝูงชนเข้ามาบริเวณพระบรมมหาราชวังได้ และฝนตกหนัก วันนี้จึงกลับมาใหม่ ดีใจมากที่ต่อแถวได้เป็น กลุ่มแรกๆ วินาทีที่รู้ข่าวสวรรคตก็อึ้งหนักไปหมด จนกินข้าวกินปลาไม่ลงไป 2 วัน อ่านข่าวต่างๆ ก็ทำให้น้ำตารื้นขึ้นมาตลอด

ซื้อหนังสือพระราชนิพนธ์

นายณัฐวุฒิ พันธ์มณีรัตน์ อายุ 25 ปี พนักงานบริษัทเอกชนที่มาพร้อมภรรยา น.ส.เอวาลิน พันธ์มณีรัตน์ อายุ 21 ปี และลูกๆ ทั้ง 2 คนมาต่อแถวถวายสักการะกล่าวว่า นอกจากมาถวายสักการะแล้ว ยังไปซื้อตราไปรษณียากรที่มีพระบรมฉายาลักษณ์เก็บสะสมไว้เป็นที่ระลึก รวมทั้งซื้อหนังสือพระราชนิพนธ์เก็บไว้ให้ลูกอ่าน ระหว่างทางที่เดินมาเห็นประชาชนนำอาหารเครื่องดื่มมาแจกจ่าย แม้คนไทยจะสูญเสียครั้งใหญ่ แต่รู้สึกอบอุ่นใจกับบรรยากาศเช่นนี้

ส่วนน.ส.รฐา โพธิ์งาม หรือญาญ่าญิ๋ง นักแสดงสาวชื่อดังเดินทางมาพร้อมเพื่อนสาว น.ส.ไพลิน ลัทธิโสภณกุล หรือหว่าหวา วง ไชน่าดอลส์ กล่าวว่ามารอหน้าพระบรมมหาราชวังตั้งแต่ 6 โมงเช้า สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นในน้ำใจคนไทย ตั้งแต่การการพูดคุยให้กำลังใจ ไปถึงภาพกลุ่มจิตอาสาที่มาร่วมอำนวยความสะดวกแจกจ่ายน้ำดื่ม อาหาร ทำให้หลายคนเริ่มเข้มแข็งขึ้น หลังเสียใจกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิด โดยส่วนตัวแล้วในช่วงนี้เป็นเวลาที่ได้กลับไปย้อนดูในสิ่งที่พระองค์ทรงทำให้พสกนิกร ทั้งโครงการพระราชดำริ และพระราชดำรัสต่างๆ

น.ศ.จิตอาสาแจกน้ำ-ผ้าเย็น

ขณะที่น.ส.ปรียาภรณ์ ชาวแหลง อายุ 21 ปี ตัวแทนนักศึกษา สาขาวิชาการท่องเที่ยว ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยากล่าวว่า วันนี้รวมตัวกันมา 15 คน ใช้เงินกองกลางของคณะซื้อน้ำหวาน ทิชชู พัด ผ้าเย็น เสื้อกันฝน รวมถึงริบบิ้นโบดำ มาเพื่อบริการให้กับประชาชน บริเวณท้องสนามหลวง

นักศึกษาม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา กล่าวว่า สำหรับริบบิ้นโบดำประชาชนจะมาต่อคิวรับกันเยอะที่สุด โดยกลุ่มนำริบบิ้นมา 2 ม้วน และช่วยกันผูกโบ แบ่งเป็น 2 แบบ มีแบบโบ และแบบไขว้ บริการแจกให้สำหรับประชาชนที่ไม่มีเสื้อดำ หรือจำเป็นต้องใส่เสื้อขาว ก็สามารถนำโบดำไปติดที่เสื้อได้

“พวกเรารวมตัวกันมาเพราะอยากตอบแทนคุณพระองค์ท่าน เพราะพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของการทำความดีโดยไม่หวังผลตอบแทน เหมือนที่พระองค์ทรงทำเพื่อประชาชน โดยไม่หวังให้ประชาชนต้องรักพระองค์” น.ส.ปรียาภรณ์กล่าว

ตร.ปิดถนน 8 เส้นทาง-จุดห้ามจอด

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รรท.ผบก.จร. แถลงว่าจากการที่ประชาชนเดินทางมาอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก ดังนั้น บช.น. จำเป็นปิดการจราจร 8 เส้นทาง ดังนี้ 1.ถนนราชดำเนินใน ตั้งแต่แยกผ่านพิภพลีลา-แยกป้อมเผด็จดัสกร 2.ถนนสนามไชยตั้งแต่ป้อมเผด็จดัสกร-วงเวียนรด. 3.ถนนหน้าพระลาน ตั้งแต่ป้อมเผด็จดัสกร-ท่าช้าง 4.ถนนหน้าพระธาตุ ตั้งแต่ประตูวิเศษไชยศรี-แยกตัดถนนพระจันทร์ 5.ถนนหับเผย 6.ถนนหลักเมือง 7.ถนนกัลยาณไมตรี-แยกช้างโรงสี 8.ซอยสราญรมย์ ห้ามรถทุกชนิดผ่านตลอด 24 ช.ม. และให้จัดระบบเดินรถทางเดียว หรือวันเวย์ 3 เส้นทางตลอด 24 ช.ม. ได้แก่ ถนนหน้าพระจันทร์ ตั้งแต่แยกตัดถนนหน้าพระธาตุมุ่งหน้าท่าพระจันทร์ ถนนมหาราชจากแยกตัดถนนพระจันทร์มุ่งหน้าแยกตัดถนนท้ายวัง ถนนท้ายวังจากแยกตัดถนนมหาราชมุ่งหน้าวงเวียนรด.เพื่อระบายการจราจรออกถนนเจริญกรุง

รวมทั้งออกประกาศห้ามจอดรถทุกชนิดตลอดเส้นทางตลอดเวลาทั้ง 2 ฝั่ง ทั้ง 18 ถนน ดังนี้ ถนนราชดำเนินใน, ถนนสนามไชย, ถนนหลักเมือง, ถนนกัลยาณไมตรี, ซอยสราญรมย์, ถนนเจริญกรุง, ถนนพระพิพิธ, ซอยเศรษฐการ, ถนนเชตุพน ถนนท้ายวัง, ถนนมหาราช ข้างพระบรมมหาราชวัง, ถนนมหาราช ข้างวัดพระมหาธาตุ, ถนนพระจันทร์, ซอยพระยาเพชร ถนนหน้าพระลาน, ถนนหน้าพระธาตุ, ถนนราชินี, และถนนพระอาทิตย์

จัดรถรับส่ง-จุดจอดรถบัส

พล.ต.ต.จิรสันต์กล่าวว่าสำหรับเส้นทางเลี่ยง ใช้สะพานพระปกเกล้าขึ้นสะพานพุทธ สะพานพระราม 8 สะพานกรุงธน ขึ้นทางด่วนยมราช และเส้นทางด่วนเปิดใหม่ศรีรัช-วงแหวนรอบนอก เพื่อเลี่ยงบริเวณสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า ส่วนรถขสมก. 25 เส้นทาง และรถเอกชนร่วมบริการ 12 เส้นทาง ที่ผ่านสนามหลวงยังคงให้บริการตามปกติ กำหนดที่จอด 4 จุดคือ หน้าร้านสกายไฮ ถนนราชดำเนินกลาง, หน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนินกลาง, ใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า หน้าสำนักงานท่องเที่ยว กทม. ถนนพระอาทิตย์ และวงเวียนรด.

ส่วนประชาชนที่นำรถยนต์ส่วนตัวเข้ามา กำหนดจุดจอด 5 แห่ง ทิศเหนือ อิมแพ็คเมืองทองธานี 5,000 คัน, ทิศใต้ พุทธมณฑล 1,000 คัน, ทิศตะวันออก ที่ก่อสร้างบางกอก มอลล์ 400 คัน, ทิศตะวันตก เซ็นทรัลเวสต์เกต 4,000 คัน และรอบใน ที่สโมสรตำรวจ 450 คัน โดยขสมก.จะจัดรถซัตเติลบัส รับ-ส่งจากจุดจอดรถมายังสนามหลวง สำหรับผู้เดินทางเป็นคณะโดยรถบัส ให้ขับรถส่งประชาชนได้ 2 จุดคือ หน้าร้านสกายไฮ ถนนราชดำเนิน กลาง และหน้ากองสลากเก่า ถนนราชดำเนิน กลาง เมื่อส่งแล้วให้นำรถไปจอดในพื้นที่ที่กำหนด 6 จุดคือ ถนนพุทธมณฑลสาย 1 จำนวน 400 คัน, ถนนพุทธมณฑลสาย 2 จำนวน 500 คัน, ถนนกาญจนาภิเษก 500 คัน, ถนนราชพฤกษ์ 500 คัน, สถานีขนส่งสายใต้เก่า 150 คัน และถนนไฟฉาย ถนนกาญจนาภิเษก 500 คัน

ที่มา:siamdrama

Powered by Blogger.