โดนมัดค่าศาล !!!! อดีตผอ.สำนักงบฯ ถูกเค้นหนักให้การมัด หญิงปูไม่เคยสั่งยุติจำนำข้าว แม้พินาศแล้ว 5 แสนล้าน ล่าสุดโดนแล้วแบบนี้ !????


รอบนี้มัดแน่นจนอาจถึงขั้นจบเห่!!! อดีต ผอ.สำนักงบฯ ถูกอัยการเค้นหนักจนให้การมัดแน่น "หญิงปู" จนดิ้นไม่หลุด เมื่อระบุอดีตนายกฯ หญิงไม่เคยสั่งยุติจำนำข้าว-แม้จะเห็นตัวเลขแห่งความพินาศไปแล้ว 5 แสนล้านบาท ขณะไต่สวนพยานจำเลยคดีโครงการรับจำนำข้าวนัดที่ 5 วานนี้...

วันนี้ (22 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการนายชีพ จุลมนต์ รองประธานศาลฎีกา เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ได้ไต่สวนพยานจำเลยนัดที่ 5 คดีโครงการรับจำนำข้าว หมายเลขดำ อม.22/2558 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ และเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 กรณีละเลยไม่ดำเนินการระงับยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งทำให้รัฐเสียหายกว่า 5 แสนล้านบาท

โดยทนายจำเลยนำพยานเข้าไต่สวน 2 ปาก ประกอบด้วย นายวรวิทย์ จำปีรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณ ในฐานะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) นายเกษม มกราภิรมย์ อดีตกรรมการผู้ทรงวุฒิ คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ

โดยขณะไต่สวน มีการให้การที่สำคัญยิ่งตอนหนึ่ง เมื่ออัยการได้ซัก นายวรวิทย์ อดีต ผอ.สำนักงบฯ และเป็นกรรมการ กขช. พยานฝ่ายจำเลย โดยเน้นว่า ในฐานะประธาน กขช. น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีแนวคิดสั่งการให้ยุติโครงการบ้างหรือไม่ หลังจากพบการขาดทุนกว่า 5 แสนล้านบาท

ปรากฏว่า นายวรวิทย์ ให้การว่า ทราบแต่ว่าจำเลย (น.ส.ยิ่งลักษณ์) มีการสั่งการให้ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายมาโดยตลอด แต่ไม่มีการสั่งการให้ยุติแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ ยอมรับว่าเคยเห็นเอกสารและทราบว่ามีภาระหนี้สิน 5 แสนล้านบาท แต่คิดว่าเมื่อเมื่อหักปิดบัญชี และสามารถจำหน่ายข้าวที่ค้างสต็อกไว้ได้ ยอดภาระหนี้สินอาจจะลดลงได้

นอกจากนี้ อัยการโจทก์ได้พยายามซักพยานจำเลย ถึงการบริหารจัดการงบและหนี้สาธารณะ ซึ่งมีการยกข้อกฎหมายหลายมาตรา ถึงการประเมินการบริหารโครงการว่าขัดต่อกฎหมายที่ยกตัวอย่างมาหรือไม่ ซึ่งพยานไม่สามารถที่จะให้คำตอบได้ชัดเจน จนองค์คณะได้อธิบายให้พยานฟังว่า หากพยานเบิกความไม่ตรงกับคำถามอัยการโจทก์ และข้อเท็จจริงที่พยานทราบ จะไม่เป็นประโยชน์ในการสู้คดีของจำเลยแต่อย่างใด


ที่มา:siamdrama

Powered by Blogger.