ทูลกระหม่อมพ่อ !!!! พระราชโอรสและพระราชธิดาทั้ง 4 พระองค์ เมื่อเอ่ยถึงท่าน ทำเอาลูกๆบ่นแบบนี้ !????


หลายทศวรรษที่ผ่านมา แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงงานหนัก ทรงทุ่มเทพระองค์เพื่อประเทศชาติ

และพสกนิกรชาวไทยจนแทบหาเวลาส่วนพระองค์ไม่ได้ แต่ก็มิได้หมายความว่าจะทรงละเลยบทบาทสำคัญในฐานะพระราชบิดาของพระราชโอรสและพระราชธิดาทั้ง ๔ พระองค์



“ทูลกระหม่อมพ่อ” ตอนที่ ๑

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงสะท้อนถึงภาพความเป็นกษัตริย์ผู้ทรงงานหนักที่สุดในโลกของทูลกระหม่อมพ่อว่า..

“..ท่านทำงานหนักมาก ทรงเสียสละมาก เป็นตัวอย่างที่ดีของลูกๆ ท่านไม่เคยคิดถึงความสุขของตัวเอง

ท่านไม่เสด็จฯ ออกนอกประเทศนานแล้ว เพราะทรงห่วงประเทศมาก ท่านจะทรงคิดถึงแต่ประชาชนของท่าน


และจะทรงสอนลูกๆ เสมอว่า ให้นึกถึงคนอื่นก่อนตัวเอง ก่อนจะไปสอนคนอื่นได้ เราต้องทำตัวให้เป็นที่น่าเชื่อถือ

…ปกติจะไม่ได้สอนกันตรงๆ แต่จะทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่างให้ลูกๆ ได้เรียนรู้จากการตามเสด็จฯ…”





“ทูลกระหม่อมพ่อ” ตอนที่ ๒

พระราชดำรัสที่สั้น แต่ชัดเจนของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฏราชกุมาร ที่หน้ากุฏิสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร


เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๐๘ ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือเทิดพระเกียรติ “ในหลวงของเรา” จัดทำโดย นายอัครวัฒน์ โอสถานุเคราะห์

คงพอจะเปิดเผยให้เห็นถึงความรู้สึกเบื้องลึกในพระราชหทัย ที่พระราชโอรสองค์นี้มีต่อทูลกระหม่อมพ่อ..

“ข้าพเจ้า ก็เป็นข้าพระบาทคนหนึ่งของพระเจ้าอยู่หัวฯ มีหน้าที่ต้องเคารพบูชาพระองค์เช่นเดียวกับท่านทั้งหลาย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งสุดจะพรรณนา ก็ตอบได้แต่เพียงเท่านี้”




“ทูลกระหม่อมพ่อ” ตอนที่ ๓

จากการตามเสด็จถวายการรับใช้อย่างใกล้ชิดที่สุด ในฐานะที่ทรงเป็นราชเลขาส่วนพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


จึงทรงทราบดีถึงพระราชหฤทัยลึกๆ ของทูลกระหม่อมพ่อ ได้พระราชทานสัมภาษณ์ไว้ในหนังสือเทิดพระเกียรติ “ในหลวงของเรา” ว่า..

“…ทูลกระหม่อมพ่อจะพระราชทานคำแนะนำในทุกด้านที่ไปทูลถาม เพราะทรงทราบทุกเรื่อง นอกจากนั้นยังทรงสนับสนุนในการค้นคว้าหาความรู้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ทรงสนับสนุนให้ใช้ความคิดในทุกด้าน

..ไม่เคยทรงเบื่อที่จะฟังการออกความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ จะทรงช่วยวิจารณ์ความคิดนั้นๆ และพระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมด้วย…


ทูลกระหม่อมพ่อจะทรงใช้ในงานจิปาถะต่างๆ ไม่ได้มีหน้าที่แน่นอน นอกจากได้สนองพระเดชพระคุณในการคอยดูแลสอดส่องทุกข์สุข และให้กำลังใจประชาชน คอยดูแลในด้านงานอาชีพ

…สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่โปรด คือ การกระทำที่ผิดทำนองคลองธรรม ไม่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ต่อประชาชนชาวไทย

…เวลาที่ทรงพระสำราญ คือ เวลาที่เสด็จฯ ออกวางโครงการพัฒนาประเทศ และเห็นว่าพระราชดำริคงจะมีประโยชน์ต่อประชาชนในเวลาที่เห็นผลจากโครงการต่างๆ

อีกประการหนึ่งคือ การที่ได้ทอดพระเนตรเห็นประชาชนมีน้ำใจต่อท่านและประชาชนด้วยกัน ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินจะมีส่วนช่วยพระองค์ท่านได้ โดยการช่วยตัวเอง ช่วยเพื่อนร่วมชาติคนอื่นๆ มีความรักความสามัคคีกัน ทำตนเป็นพลเมืองดี เห็นแก่ชาติบ้านเมือง..”
และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ยังทรงเล่าไว้ในหนังสือสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ด้วยว่า เมื่อทรงพระเยาว์

ทุกพระองค์ทรงปฏิบัติตามตารางเวลาที่พระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางไว้โดยเคร่งครัด เช่น

“…เช้าต้องดูหนังสือ กินข้าวแล้วเดินไปโรงเรียน ตอนบ่ายกลับมาขึ้นเฝ้าฯ ให้ท่านเห็นหน้าเห็นตา บ่ายสองสามโมง ออกอากาศ(เดินเล่น) ห้าโมงขึ้นมากินข้าวเย็น ทุ่มหนึ่งก็เข้านอน…”



“ทูลกระหม่อมพ่อ” ตอนที่ ๔

ในฐานะที่ทรงเป็นสายพระโลหิตแห่งพระมหากษัตริย์ไทย ซึ่งทรงถือว่ามีหน้าที่ผูกพันกับประชาชนยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์ของชาติใด แม้จะอยู่ในวัยศึกษาเล่าเรียน

ก็ทรงมีหน้าที่ต้องปฏิบัติเพื่อบ้านเมือง ในขณะที่พระสหายอื่นๆ มีหน้าที่เรียนเพียงอย่างเดียว

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงมีรับสั่งเล่าถึงทูลกระหม่อมพ่อว่า..

“ปกติแล้ว ทูลกระหม่อมพ่อทรงให้คำแนะนำทางด้านเทคนิคเสียส่วนใหญ่ งานของพระองค์ท่านกับงานของฉันนั้นก็โยงกันบ้าง ไม่โยงกันบ้าง

อย่างกรณีฝนหลวง ท่านก็ทรงมีรับสั่งถามมาว่า ใช้สารเคมีอย่างนี้แล้วดีหรือยัง หรือสารเคมีอย่างนี้ ถ้าจะหามากๆ หาได้ที่ไหน..”


ขอบคุณที่มาข้อมูลจาก ชมรมคนรักในหลวง


ที่มา:siamdrama

Powered by Blogger.