จำพวกมันได้ไหม!!!! 4 เดนนรก!! ศาลตัดสินแล้ว คดีดังฆ่าโหดฝังดิน รุมโทรมสาวท้องโยนเหว โดนโทษแค่นี้เองหรอ !????



โฆษกศาลยุติธรรม เผย ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง อ่านคำพิพากษาในคดี ฆ่าฝังดิน รุมโทรมสาวท้องโยนเหว สั่งจำคุก 2 โจ๋โหด คนละ 28 ปี สมควรลงโทษมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เยาวชนรายอื่น

เมื่อวันที่ 20 ต ค. นายสืบพงษ์ ศรีพงษ์กุล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง อ่านคำพิพากษาในคดี ฆ่าฝังดิน ที่พนักงานอัยการคดีเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพัทลุง เป็นโจทก์ นางสาวแดง ( นามสมมุติ) ผู้เสียหาย ร่วมกันเป็นโจทก์ นายเอ็ม (นามสมมติ) กับพวกรวม 3 คน เป็นจำลย ในความผิดฐานร่วมกันฆ่า และพยายามฆ่าผู้อื่น ซ่อนเร้นทำลายศพ พ.ร.บ.อาวุธปืน และอื่นๆ

กรณีที่ น.ส.น้อย (นามสมมติ) จำเลยที่ 3 ได้คบหากับนายภาสกร คงสวัสดิ ผู้ตายในฐานะคนรัก โดยเมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2559 น.ส.น้อย จำเลยที่ 3 นัดให้ผู้ตายมาพบนายเอ็ม และนายเปี๊ยก จำเลยที่ 1 – 2 จากนั้นใช้ปืนขู่บังคับผู้ตาย และน.ส.ดา ผู้เสียหาย ให้นั่งซ้อนท้ายไปที่กระท่อมท้องนา แล้วจำเลยที่ 1-2 ร่วมกันข่มขืน น.ส.ดา ผู้เสียที่ 2 ที่กำลังตั้งครรภ์ และใช้ผ้าผูกตาบังคับให้ผู้ตายและน.ส.ดา ไปนั่งที่ปากหลุม ก่อนใช้อาวุธปืนพกยิงที่ศีรษะผู้ตายจนตกลงไปในหลุม และถูกแทงซ้ำด้วยมีดที่ใต้ราวนม จากนั้นบังคับให้น.ส.ดาลงไปในหลุม แต่น.ส.ดา ร้องขอชีวิต จากนั้นช่วยกันกลบหลุมฝังศพผู้ตายอำพรางด้วยกิ่งไม้ ต่อมานายเปี๊ยกจำเลยที่ 2 พา น.ส.ดา ไปพักอาศัยที่บ้านในวันที่ 30 ม.ค.59 จำเลยที่ 1-2 พา น.ส.ดา นั่งรถยนต์กระบะไปตามถนนเพชรเกษม จนกระทั่งระหว่างทางจังหวัดพัทลุง-ตรัง จำเลยร่วมกันตีและใช้อาวุธมีดแทงน.ส.ดา อีกหลายครั้งแล้วโยนลงไปข้างทางซึ่งมีลักษณะเป็นหุบเขาสูงชัน ต่อมามีพลเมืองดีผ่านมาพบและให้ความช่วยเหลือพาส่งโรงพยาบาล กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมจำเลยทั้งสามมาดำเนินคดี จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลเห็นว่าจำเลยที่ 1-2 ทำผิดหลายกรรมต่างกัน ขณะกระทำความผิดจำเลยทั้งสามมีอายุกว่า 15 ปี แต่ต่ำกว่า 18 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ 1-2 คนละ 25 ปี 36 เดือน และปรับคนละ 250 บาท ส่วนจำเลยที่ 3 จำคุก 4 เดือน และปรับ 1,500 บาท

พิเคราะห์ พฤติการณ์แห่งคดีประกอบรายงานแสดงข้อเท็จจริงของสถานพินิจและ คุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดพัทลุงแล้ว เห็นว่า จำเลยที่ 1-2 กระทำความผิดหลายข้อหาในลักษณะอุกฉกรรจ์ โดยเป็นการวางแผนคบคิดไว้ล่วงหน้า ผลการกระทำนอกจากทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตายและผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กาย ถึงสาหัสแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจเป็นอย่างมาก ถือว่าเป็นการกระทำที่ขาดจิตสำนึก และไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง พฤติการณ์แห่งคดี นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับนิสัยและความประพฤติโดยทั่วไปของจำลยที่ 1 – 2 มีข้อเสียหายหลายด้าน เกี่ยวข้องกับยาเสพติด คบหาสมาคมกับบุคคลที่มีความประพฤติไม่เหมาะสม และใช้เวลาว่างไม่เป็นประโยชน์ ทั้งผู้ปกครองก็มิได้อบรมดูแลอย่างเข้มงวด ทำให้มีความเสี่ยงหรือโอกาสในการกระทำความผิดซ้ำได้อีก

การใช้วิธีการ สำหรับเด็กและเยาวชนจึงไม่เหมาะสม จึงเห็นสมควรลงโทษจำคุกและปรับจำเลยที่ 1-2 เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เยาวชนรายอื่นในอนาคต สำหรับจำเลยที่ 3 เห็นว่า แม้นิสัยและความประพฤติจะมีข้อเสียหายอยู่บ้าง แต่ผู้ปกครองยังคงรักใคร่ห่วงใยและประสงค์จะรับตัวกลับไปดูแลเอง เพื่อสวัสดิภาพและอนาคตของจำเลยที่ 3 กลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี และให้คุมความประพฤติไว้ 2 ปี โดยกำหนดเงื่อนไขการคุมความประพฤติไว้.

ที่มา:siamdrama

Powered by Blogger.