ช่วยหนูด้วย!! เงินบาทสุดท้าย แม่โทรหา ตร. หวังจะได้รับความเป็นธรรม - โดนคู่กรณีตอกกลับแบบนี้ เจ็บจนตาย!!!!!



สาวโพสต์ขอความเป็นธรรม หลังถูกรถเก๋งชนจนทำงานไม่ได้ ใช้เงิน 1 บาทสุดท้ายโทรถามความคืบหน้าของคดี เจอคู่กรณีบินไปต่างประเทศแล้ว ทำชีวิตเป็นอยู่ลำบากแถมโดนไล่ออกจากงาน อาทิตย์ที่ 18 กันยายน 2559 เวลา 19.25 น. เงินบาทสุดท้ายโทรหาตร. หวังความเป็นธรรมถูกรถชน

กรณีที่มีการแชร์โพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก@Natacha Saechia พร้อมระบุเรื่องราวโดนรถเก๋งชนมอเตอร์ไซค์จนเจ็บ คดีไม่คืบหน้า แถมคู่กรณียังข่มขู่ และบินไปต่างประเทศแล้ว พร้อมภาพบาดแผลของลูกสาวหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวสังคมออนไลน์ต่างเห็นใจ และวิจารณ์การกระทำของรถเก๋งเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ก.ย. สอบถามไปยัง น.ส.นาตาชา แซ่เจีย อายุ 22 ปี เจ้าของโพสต์ โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่า เมื่อที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ตน สามี และลูกอีก 2 คนขี่จยย.มาทำธุระย่านวงเวียนบางเขน จู่ ๆ มีรถเก๋งฮอนด้า ซีวิค มาชนท้ายมอเตอร์ไซค์ ทำให้ตนมีอาการเลือดไหลออกจากช่องคลอดตลอดเวลา สามีเจ็บข้อมือไม่สามารถยกของหนักได้ ลูกสาวอายุ 3 ขวบ มีบาดแผนตามใบหน้า แขน ขา ลูกชายอายุ 1 ขวบต้องนอนรพ. 3 วัน และมีอาการซึม

หลังจากเกิดเหตุตนไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่สน.บางเขน พร้อมกับคู่กรณีโดยให้เงินเป็นค่ารักษาจำนวน 5,000 บาท จนมาถึงวันที่ 3 เม.ย.คู่กรณีโทรศัพท์มาพูดคุยพร้อมทั้งบอกว่า มีเส้นสาย ไม่อยากจะมาข่มเหงรังแกคนไม่มีอันจะกินอย่างตน ก่อนที่จะมีการเข้าไปพบกันที่สถานีตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ให้ตนเจรจาไกล่เกลี่ยกับคู่กรณี และรอใบรับรองแพทย์จากทาง รพ. ซึ่งฝ่ายคู่กรณีได้ให้เงินเป็นค่ารักษาเพิ่มอีก 2,000 บาท และเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา ตนได้เข้าไปสอบถามกับทางรพ. โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่าทางตำรวจได้มารับใบรับรองตั้งแต่วันที่ 20 เม.ย.แล้ว ตนและสามีจึงเดินทางไปสน.บางเขนเพื่อสอบถาม แต่เจ้าของคดีให้ตนติดต่อกลับมาอีกครั้งอีก 1 สัปดาห์


เมื่อถึงเวลานัดตนใช้เงิน 1 บาทสุดท้ายที่มีโทรศัพท์ไปสอบถามตำรวจเจ้าของคดี แต่ยังไม่ทันคุยรู้เรื่องสายก็ตัดไป ตนและสามีจึงเดินทางไปที่สน.อีกครั้ง จึงทราบว่าคู่กรณีเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว เนื่องจากตอนที่เกิดอุบัติเหตุคู่กรณีเดินทางกลับมาประเทศไทยเพื่อเยี่ยมญาติ แต่เมื่อตนโทรไปสอบถามทางญาติผู้ที่ขับรถชน กลับได้รับคำตอบว่าให้เงินไปตั้ง 7,000 บาทแล้ว ถ้าตนยังจะเรียกร้องอีกให้ไปฟ้องศาลพร้อมต่อว่าจนตนไม่กล้าโทรไปหาอีก

“หลังจากโดนชนวันแรกสามีก็กลับไปทำงาน แต่ข้อมือเจ็บมากจนทำกระจกแตกโดนให้ออกจากงานพร้อมทั้งยึดเงินค่าจ้างเป็นค่าเสียหายไปทั้งหมด ตัวเองก็โดนให้ออกจากงาน ด้วยเหตุผลว่าร่างกายไม่แข็งแรง ทำงานให้นายจ้างได้ไม่เต็มที่ ส่วนแผลของลูกสาวหลังจากรักษาจนเงินหมดแล้วก็ต้องปล่อยให้หายเองไปก่อน จนทุกวันนี้ต้องยืมเงินจากญาติพี่น้องเพื่อนำมาซื้อนมให้ลูกและใช้จุนเจือในครอบครัว ระหว่างที่สามีก็รับจ้างรายวันได้เงินแค่ 100-200 บาทต่อวันพอเลี้ยงชีพไปเท่านั้น หลังจากนี้เมื่อร่างกายแข็งแรงขึ้นก็จะหางานทำ ตอนนี้ก็ทำได้แค่หวังว่าการที่ตนออกมาโพสต์เรื่องราวต่างๆจะสามารถเรียกร้องความเป็นธรรมขึ้นมาได้บ้าง” น.ส.นาตาชากล่าวอย่างสิ้นหวัง.

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก @Natacha Saechia

ที่มา:siamdrama

Powered by Blogger.