กราบอย่างแรงส์!!!! "หลวงพ่อด่วน" เกจิเมืองระนองแสดงปาฏิหาริย์ในพิธีฌาปนกิจเผาไฟไม่ไหม้ศิษย์เชื่อก่อนละสังขารสั่งไว้อย่าเผากู!! (ภาพ)


หลวงพ่อด่วน เกจิอาจารย์ดังวัดวารีบรรพตหรือวัดบางนอน แสดงปาฏิหารย์ ในงานพระราชทานเพลิงศพ ท่ามกลางสายตาของประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมในพิธีพระราชทานเพลิงศพ ไฟติดนานกว่า 30 นาทีแต่ทั้งศพและจีวรไม่ไหม้ คณะกรรมการวัดและศิษยานุศิษย์จึงได้ยุติการประชุมเพลิง และนำร่างของท่านลงจากเมรุพิธี


ศิษยานุศิษย์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ประชุมเพลิง คือนายนิพนธ์ ลิ้มรักษา รองผอ.สถานศึกษา วิทยาลัยเทคนิคระนอง ผู้หนึ่งได้กล่าวว่า “ความประสงค์จริง ๆ ของหลวงพ่อด่วนนั้น ท่านไม่อยากให้เผา แต่ท่านอยากให้เก็บไว้ในโลงแก้ว” และนายจำเนียร ภูมิลักษณ์ ประธานสภาอบต.ประชาขันธ์ จ.พัทลุง หลานชายของหลวงพ่อด่วน ได้กล่าวว่า “ผมเองเป็นหลานชายแท้ ๆ ของหลวงพ่อด่วน

โดยในวันนี้ได้เดินทางมาร่วมงานพระราชทานเพลิงศพและประชุมเพลิง ก็รู้สึกไม่ค่อยสบายใจนัก เพราะก่อนหน้านี้ได้เคยพบกับหลวงลุงและพูดคุยกันที่โรงพยาบาล ช่วงที่ท่านยังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล หลวงลุงได้บอกกับผมไว้ว่า ถ้ากูเป็นอะไรไปอย่าเผาท่านกู กูร้อน ถ้าใครไม่เชื่อแล้วจะได้เห็นเอง แต่ผมมาอยู่ตรงนี้ผมก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่ได้เป็นคณะกรรมการในการตัดสินใจและจัดงานศพให้กับหลวงลุง ได้แต่บอกกับทางคณะกรรมการว่า ถ้าในพิธีประชุมเพลิงจุดไฟไม่ติด หรือร่างท่านไม่ไหม้ ก็ให้หยุดทันที ซึ่งเหตุการณ์ก็เกิดขึ้นอย่างนั้นจริง ๆ “



โดยวันที่ 8 พ.ย. ปี 2550 วัดวารีบรรพตหรือวัดบางนอน ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง ได้มีการประกอบพิธีพระราชทานเพลิงศพ พระครูประภัทร์วิริยคุณ (หลวงพ่อด่วน) อดีตเจ้าอาวาสวัดวารีพบรรพตหรือวัดบางนอน ที่ได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2550 โดยมี นางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าราชการจังหวัดระนองเป็นประธานฝ่ายฆราวาส เมื่อถึงเวลา 21.00 น. ได้มีการประชุมเพลิง ณ เมรุลอย ด้านข้างวิหารพระพุทธไสยาสน์ ตรงข้ามอาคารรูปปั้นหลวงปู่ทวด หลังจากที่ไฟติดนานเป็นเวลากว่า 30 นาที


ปรากฎว่าทั้งจีวรและร่างของหลวงพ่อด่วนไม่ไหม้ไฟ ดวงตายังแววใส จากการสังเกตุดูศพของหลวงพ่อเมื่อยกออกมาจากโลง ยังอยู่ในสภาพนอนหงายเหมือนคนนอนหลับ มือทั้งสองข้างวางบนอก อยู่ในสภาพสมบูรณ์มากบริเวณผิวหนังของแขนมีรอยไหม้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แว่นตาที่สวมใส่อยู่ก็ไม่มีรอยร้าวหรือหม่นหมองแต่อย่างใด ลำตัวและใบหน้าไม่มีรอยไหม้ ส่วนจีวรที่ห่มศพก็มีรอยไหม้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และขณะนี้ได้นำกลับมาบรรจุลงในหีบศพและวางไว้ที่วิหารพระพุทธไสยาสน์ ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรมศพดังเดิม เพื่อรอการเปลี่ยนเพื่อบรรจุลงโลงแก้ว และเก็บไว้ให้ศิษยานุศิษย์และผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาได้มาสักการบูชาต่อไป



ที่มา:deeps.tnews.co.th

Powered by Blogger.