ซึ้งจุกอก!!! "แตงโม" บอกความรู้สึกหลัง "โตโน่" สักทับชื่อเธอด้วยธงหัวกระโหลก พร้อมเฉลยที่มาเปลื่ยนชื่อใหม่จากเหตุผลนี้!!!


ออกมาเปิดปากให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรก สำหรับนักแสดงสาว "แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์" ต่อกรณีรอยสักของอดีตแฟนหนุ่ม "โตโน่ ภาคิน คำวิลัยศักดิ์" ที่เคยเป็นรูปนก และมีชื่ออีกฝ่ายไว้ข้างๆ แต่ตอนนี้รอยสักนั้นบนเรือนร่างของฝ่ายชายไม่เป็นเหมือนเดิมแล้ว โดยได้ลบชื่อ "ภัทรธิดา" ออกไปแล้ว ซึ่งเกี่ยวกับการลบชื่อดังกล่าว จะใช่เพราะเรื่องที่สาวโมเปลื่ยนชื่อใหม่เป็น "นิดา" แล้วหรือไม่ ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้ออกมาเผยความรู้สึกถึงเรื่องนี้ พร้อมชี้แจงเรื่องที่มาที่ไปของชื่อใหม่มาว่า....

" ชื่อใหม่ ที่มาที่ไปของชื่อนี้ก็เป็นชื่อของคุณแม่ค่ะ คุณแม่โมชื่อพนิดา แล้วตัดข้างหน้าออกเป็นนิดาอย่างเดียวมาใช้ เพราะที่ผ่านมาภาพโมกับคุณพ่อเป็นอะไรที่ชัดเจนมากอยู่แล้ว โมเลยอยากมีภาพที่ชัดเจนกับคุณแม่ด้วยเช่นกัน เลยอยากให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณแม่ค่ะ ซึ่งท่านก็ดีใจ โมรู้สึกได้ว่าท่านมีความสุขมากขึ้น จุดประสงค์โมแค่นี้เอง แม้ว่าคุณพ่อคุณแม่จะไม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน แต่ช่วงนี้โมได้เจอคุณแม่มากขึ้น ด้วยความที่ตอนเด็กๆเราเคยมีอคติ ตอนนี้เราก็ลดลง พอเราไม่มีกำแพงแล้วรู้สึกมีความสุขมากขึ้น อยากมอบความรักให้คนในครอบครัวมากขึ้น ความรักที่เราเคยตั้งความหวัง หรือแขวนไว้ผิดที่ผิดทางมากจนเกินไป เราควรนำมาคืนสู่ผู้ที่ควรจะได้รับมากกว่า พอเราได้เจอคุณแม่บ่อยขึ้นมันมีความอิ่มเอมค่ะ เหมือนเมื่อก่อนนี้เราหลอกตัวเองมาตลอดว่าอยู่กันแค่ 2 คนกับคุณพ่อมันก็โอเคนะ เพราะว่าคุณพ่อก็เติมเต็มให้โม จนไม่รู้สึกขาดเลยจริงๆ แต่ลึกๆข้างในเราจะไม่มีทางรู้เลยจนกว่าเราจะถูกเติมเต็มว่าเราก็ขาด


ส่วนที่เปลื่ยนชื่อแล้วถูกไปโยงเรื่องการลบรอยสักของโตโน่ อันนี้มันไม่ได้เป็นเวลาที่ตรงกันนะคะ ทางนู้นโมไม่แน่ใจว่าเขาไปทำอะไรเมื่อไหร่ ตอนไหน โมก็ไม่ทราบ แต่ส่วนตัวของโม โมเปลื่ยนชื่อตรงกับเกิดคุณแม่ค่ะ แต่มันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล เพราะมันเป็นร่างกายเขา สิ่งที่เราเคยทำมันก็เป็นความทรงจำดีๆ แต่เราก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตามที่เขามีความสุข เราก็จะยินดีด้วย ส่วนของโมเองไม่ค่อยได้โชว์ภาพในส่วนนั้นบ่อยเท่าเขา เขาอาจต้องโชว์ในการเล่นคอนเสิร์ต ถ่ายแบบ แต่สำหรับโมไม่ได้ซีเรียสตรงนั้นเท่าไหร่ มันยังไม่มีความจำเป็นต้องแก้ไขตรงนั้น จะเอาไว้ตลอดไปไหมไม่ได้ซีเรียสเลยค่ะ มันจะอยู่ตลอดไปก็ได้ เอาจริงๆแล้วเรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้มันไม่ได้อยู่บนเรือนร่าง แต่มันอยู่ในหัวใจ คือถึงเราจะสัก 10 ชื่อ เป็นภาคินๆๆๆๆ อยู่บนตัวเรา แล้วลบรอยสักออกทั้งหมด เรื่องราวในหัวใจของโมมันก็ยังอยู่ที่เดิมค่ะ โมเชื่อว่าของเขาก็เช่นกัน รอยสักมันแค่ส่วนที่อยู่ภายนอกแค่นั้นเอง กับเรื่องนี้โมไม่ได้ถามเขาเป็นการส่วนตัวเลยค่ะ "




ที่มา:news-lifestyle

Powered by Blogger.