เปิดใจแตงโมเมินโตโน่ สักทับ แต่ทุกอย่างคงอยู่ในใจ


นักแสดงสาว นิดา พัชรวีระพงษ์ หรือชื่อเดิม แตงโม-ภัทรธิดา มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวละคร "The Extras วงการร้าย วงการรัก" ที่ โรงภาพยนตร์ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ชั้น 4 เอ็มควอเทียร์ ให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องที่มาของการเปลี่ยนชื่อเป็น "นิดา" พร้อมเผยความรู้สึกที่ถูกโยงหลังอดีตคนรัก "โตโน่-ภาคิน" สักรูปธงทับชื่อตนที่เคยสักไว้

โดย แตงโม เผยว่า "ชื่อใหม่ยังไม่ค่อยชินเลย ยังติดเรียกตัวเองว่าโมอยู่ แต่ก็พยายามจะใช้ให้มากขึ้น ที่มาที่ไปก็เป็นชื่อของคุณแม่ แม่ชื่อพนิดา ชีวิตที่ผ่านมาโมกับพ่อจะเป็นภาพที่ค่อนข้างชัดเจนมากๆ เราก็อยากให้แม่มีภาพที่ชัดเจนกับเรามากขึ้นเช่นกัน เลยให้เป็นของขวัญวันเกิดแม่ค่ะ ท่านก็ดีใจและเรารู้สึกได้ว่าท่านมีความสุขมากขึ้น ที่เอานิดามาใช้ เพื่อเวลาคนที่เรียกหรือเราได้ยินคำนี้บ่อยๆ ก็อยากจะให้คิดถึงแม่โม"

ความหมายของ นิดา
"เราจำไม่ได้ว่าชื่อคุณแม่แปลว่าอะไร แต่ของโมคือเราไม่ได้ซีเรียสถึงตัวอักษรหรือความหมาย เพียงแต่เราอยากให้คนนึกถึงแม่โมมากขึ้น"

คือ เปลี่ยนชื่อเล่นชื่อจริงเลยใช่ไหม
"จริงๆ เราตั้งใจจะรวบเลยเป็น นิดา พัชรวีระพงษ์ แต่ด้วยความที่เราใช้แตงโมมาทั้งชีวิต เลยติดปากยังไม่ชิน อาจจะต้องเริ่มจาก โม-นิดา ไปก่อนค่ะ เราไม่ได้เป็นคนเชื่อเรื่องดวง หรือเปลี่ยนชื่อบ่อยๆ เพื่อเสริมโหว้งเฮง เลยไม่ชินกับการถูกเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น"

แสดงว่าช่วงหลังเราได้มีโอกาสอยู่กับแม่มากขึ้น
"ใช่ค่ะ ช่วงหลายปีหลังๆ เราก็เปิดใจซึ่งกันและกันกับคุณแม่มากขึ้น เราใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น มีความสุขในชีวิตมากขึ้น"

คุณพ่อคุณแม่คือกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วหรือเปล่า
"ไม่ได้กลับมาอยู่ด้วยกัน แต่เราเจอกันมากขึ้น ท่านก็อายุมากขึ้นไม่ค่อยสบายด้วย ตัวโมตอนเด็กๆ ก็จะมีอคติ เราก็จะลดตรงนั้นลง พอกำแพงลดลงเราก็รู้สึกมีความสุขมากขึ้น พอเราไม่ได้มีใครเราก็จะรู้สึกอยากจะมอบความสุขความรักให้กับคนในครอบครัว และคนรอบข้างมากขึ้น ความรักที่เราเคยตั้งความหวังหรือแขวนไว้ผิดที่ผิดทางจนมากเกินไป เราก็นำมาคืนสู่ผู้ที่ควรจะได้รับมากว่า ตอนนี้ก็เป็นช่วงเวลาการคืนความรักให้กับคนที่เราเคยมองข้ามไป"

แสดงว่าช่วงหลังเราพยายามหาเวลาอยู่กับแม่มากขึ้น
"เราจะหาเวลาอยู่กับทั้งคุณพ่อคุณแม่ เพื่อนที่ไม่เคยได้เจอมากขึ้นค่ะ"

จะมีโอกาสเห็นอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาไหม
"พร้อมหน้าอาจจะยังไม่สะดวกค่ะ เพราะไม่ใช่แค่เราคนเดียว ทุกอย่างต้องใช้เวลา"

นานแค่ไหนที่ไม่ได้คุยกับแม่
"ปกติเราจะคุยไลน์กัน แต่เดี๋ยวนี้จะโทร.คุยกันมากขึ้น เจอกันบ่อยขึ้น"


เราจะเป็นคนกระชับความสัมพันธ์ของคุณพ่อคุณแม่ไหม
"เราว่าลึกๆ ทุกคนก็คงอยากจะมีครอบครัวที่สมบูรณ์ แต่เราเข้าใจถึงเหตุผลและสถานการณ์ความเป็นจริง ฉะนั้นเราจะไม่กดดันใครค่ะ เรื่องทุกเรื่องก็เป็นแผนการของพระเจ้าทุกอย่าง เรามอบไว้ให้พระเจ้าเป็นผู้ดูแลค่ะ"

แล้วตอนนี้ใครอยู่กับคุณแม่
"ท่านอยู่คนเดียวค่ะ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่จะเป็นคนที่รักสันโดษมาก รวมถึงเราด้วยที่จะติดนิสัยการรักสันโดษแบบนี้ คืออยู่บ้านเดียวกันแต่ต้องแยกหลังกันเพราะชอบอยู่คนเดียว แต่ถ้ามีโอกาสพิเศษก็จะเจอกัน อย่างวันนี้เราก็ชวนมานะ แต่ท่านไม่ค่อยสบายเป็นความดัน เลยไม่ค่อยได้ออกมาบ่อยๆ"

ความรู้สึกที่เราได้กลับไปดูแลท่าน ในช่วงที่หายไป
"มันมีความอิ่มเอม เมื่อก่อนเราหลอกตัวเองเสมอว่าเราอยู่กันแบบสองคนกับพ่อก็โอเคนะ เพราะคุณพ่อก็เติมเต็มให้โมจนเราก็ไม่รู้สึกขาดจริงๆ แต่ลึกๆ เราจะไม่มีทางรู้เลยจนกว่าเราจะถูกเติมเต็ม"

หลังจากเราเปลี่ยนชื่อแล้ว แต่อีกฝ่ายสักรูปธงทับชื่อ
"อันนี้ถูกไปโยงใช่ไหม คือมันไม่ได้เป็นเวลาที่ตรงกัน ทางนั้นเขาไปทำอะไรเราก็ไม่ทราบ แต่ส่วนตัวโมตอนที่เปลี่ยนชื่อ เราให้เป็นวันเกิดคุณแม่วันที่ 18กค. ที่ผ่านมาค่ะ"

รู้สึกยังไงที่เขาสักทับ
"เราคิดว่าเป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลเพราะมันเป็นร่างกายเขา ในเรื่องของสิ่งที่เราเคยทำมันก็เป็นความทรงจำดีๆ เพียงแต่ทุกวันนี้เราก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ตามที่เขามีความสุขและได้เดินหน้าต่อไป เราก็จะยินดีด้วยเสมอ"

เรามีคิดจะทำอย่างอื่นกับรอยสักชื่อเขาไหม
"คือเราไม่ค่อยได้โชว์ในส่วนนั้นบ่อยเท่าเขา แต่เขาอาจจะโชว์ในการเล่นคอนเสิร์ตหรือถ่ายแบบ แต่เราไม่ค่อยซีเรียสเท่าไหร่ มันยังไม่มีความจำเป็นต้องไปแก้ไขตรงนั้น"

คิดว่าจะเอาไว้ตลอดไปหรืออนาคตอาจจะแก้
"ตรงนี้ไม่ได้ซีเรียสเลย มันจะยังไงก็ได้ จะอยู่ตลอดไปก็ได้ เอาจริงๆ เรื่องราวที่ถูกบันทึกไว้มันไม่ได้อยู่บนเรือนร่าง แต่มันอยู่ในหัวใจ ถึงเราจะสักซัก 10 ชื่อ เป็นภาคินๆ กี่ชื่อก็ตามถ้าเราลบรอยสักออกทั้งหมด เรื่องราวในหัวใจมันก็ยังอยู่ที่เดิมค่ะ เราเชื่อว่าตัวเขาก็เช่นกัน มันเป็นแค่ส่วนที่อยู่ภายนอกเท่านั้นเอง ส่วนที่อยู่ภายในใจมันก็ยังเป็นเรื่องราวที่ยังคงอยู่"

พอทราบว่าเขาไปสักทับ เราได้มีการไปถามไหม
"ไม่ได้ถามเป็นการส่วนตัวเลยค่ะ"



ที่ม:entertain.teenee

Powered by Blogger.