หวีดร้องทั้งคัน!!! "ปอ.68" คว่ำสยองกลางกรุงฯ ผู้โดยสาร30คนผวาหนัก!! ก่อนตร.พบความจริงสุดช็อคจาก"คนขับ" บอกเลยงานนี้เรื่องยาวแน่!?



เมื่อวันที่ 17 ส.ค.59 เวลาประมาณ 21.00 น. เกิดอุบัติเหตุรถโดยสารประจำทางพลิกคว่ำขวางถนนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ บริเวณเชิงสะพานข้ามคลองบางกอกใหญ่ มุ่งหน้าเดอะมอลล์ท่าพระ แขวงท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ ร.ต.อ.สุริยา จิตเพียร รองสว.(สอบสวน) สน.ท่าพระ จึงได้นำกำลังพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญูไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถโดยสารประจำทางปรับอากาศสายปอ.68 สีเหลือง ทะเบียน 11-5366 กรุงเทพมหานคร เลขข้างรถ 68-019 เส้นทางบางลำพู-สมุทรสาคร เสียหลักชนแบริเออร์กั้นทาง พลิกตะแคงซ้ายขวางถนนอยู่ตรงเชิงทางขึ้นสะพาน โดยที่ถังก๊าซเชื้อเพลิงมีรอยรั่วเล็กน้อย จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงกรุงเทพฯ มาฉีดน้ำเลี้ยงเอาไว้เพื่อไม่ให้เกิดเพลิงลุกไหม้ ทั้งนี้พบมีผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ 3 คนเป็นหญิงทั้ง 3 ราย มีบาดแผลถลอกตามร่างกายเล็กน้อยจึงนำตัวส่งรพ.ตากสิน


เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวน นายแสวง พาลี อายุ 48 ปี คนขับรถเมล์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บบริเวณขาทั้ง 2 ข้าง ได้ความว่า รับผู้โดยสารประมาณ 30คนมาจากฝั่งบางลำพู กำลังมุ่งหน้ากลับอู่ที่ถนนพระราม 2 ก่อนเกิดเหตุเป็นจังหวะเร่งเครื่องขึ้นสะพาน เห็นชายขี่มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียน ขวางอยู่ด้านหน้าขี่ด้วยความช้า ตนจึงบีบแตรเตือนให้ระวัง แต่ชายคนนั้นกลับไม่พอใจและเบรกรถหยุดกระทันหัน ตนจึงหักหลบกระทันหันจนไปพุ่งชนแท่งแบริเออร์แล้วพลิกคว่ำ

ด้านพ.ต.อ.ณัฏฐพัชร์ ผดุงจันทน์ ผกก.สน.ท่าพระ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบว่านายแสวง โชเฟอร์รถเมล์มีกลิ่นแอลกอฮอล์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ให้เป่าเพื่อวัดแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดแต่เจ้าตัวปฏิเสธ จึงได้ส่งตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บและตรวจหาปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด ซึ่งล่าสุดทางรพ.ได้แจ้งมาแล้วว่าพบปริมาณแอลกอฮอล์ของคนขับรถเมล์ 257 มิลลิกรัมเปอร์เซ็น เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาขับขี่โดยประมาทจนทำให้ทรัพย์สินเสียหายและมีผู้บาดเจ็บ ก่อนจะนำหลักฐานการตรวจแอลกอฮอล์แจ้งข้อหาเมาแล้วขับอีกกระทง

ส่วนกรณีที่นายแสวง อ้างว่ามีรถมอเตอร์ไซค์เบรกกระทันหันกลั่นแกล้งนั้น ทางเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบกล้องวงจรปิดว่าบันทึกภาพไว้ได้หรือไม่หากพบจะเรียกผู้ขับขี่รถมอเตอร์ไซค์มาสอบสวนเพื่อแจ้งข้อหากับทั้ง 2 ฝ่าย


ขอบคุณ เดลินิวส์
ภาพ twitter ‏@nichnan , ‏@intaladear

ที่มา:news-lifestyle

Powered by Blogger.