(Boxnews)หน้าแรก ข่าวในพระราชสำนัก การเมือง สังคม/อาชญากรรม เศรษฐกิจ บันเทิง ภูมิภาค ต่างประเทศ วาไรตี้ กีฬา ภัยพิบัติ อื่นๆ เฟซบุ๊กมรณะ!!!! ทอมกลับใจ ควงผัววัย15 บุกห้อง ฆ่าอำพราง "ดี้สาวใหญ่" อย่างโหด!!!! (มีภาพ)




loading...
วันที่ 29 ก.ค.2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ แถลงผลการจับกุมตัว น.ส.กชกร หรือ บัว ชาวชัยนาท อายุ 19 ปี และ นายต้าร์ (นามสมมุติ) อายุ 15 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันก่อเหตุฆาตกรรมน.ส.โสดาพันธ์ หรือแก้ว คำศิลป์ อายุ 36 ปี ชาวเพชรบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา ภายในหอพักแห่งหนึ่ง โดยมีบรรดาญาติพี่น้องของผู้เสียชีวิตมายืนดูการแถลงข่าวด้วยน้ำตานองหน้า


น.ส.กชกร ซึ่งมีลักษณะเป็นทอมบอย รับสารภาพอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ก่อนหน้านั้นราว 4 เดือน ได้รู้จักผู้ตายในสื่อเฟซบุ๊ก โดยผู้ตายเป็นฝ่ายจีบตนก่อน จากนั้นได้คบหาเป็นแฟนมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง และตนได้ยืมเงินจากผู้ตาย จำนวน 7 หมื่นบาท เพื่อไปใช้รักษาตัวเพราะไม่สบาย


ต่อมาผู้ตายจับได้ว่าตนคบหากับนายต้าร์อีกคน จึงมีปากเสียงทะเลาะกันพร้อมทวงเงินที่ยืมคืน วันเกิดเหตุ ตนพานายต้าร์เพื่อไปบอกเลิกตัดความสัมพันธ์กับผู้ตายที่ห้องพัก รวมทั้งต้องการเคลียร์ปัญหาหนี้สินที่ตนหยิบยืมมา แต่ระหว่างเจรจา เกิดทะเลาะมีปากเสียงกัน ด้วยความโมโหที่ผู้ตายขึ้นเสียงใส่ตน ทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ตัดสินใจคร่อมร่างผู้ตายแล้วใช้หมอนปิดหน้าผู้ตายบนเตียงนอน แล้วแฟนใหม่ก็มาช่วยจับขาผู้ตายไว้ จนผู้ตายแน่นิ่งไป


"จากนั้นหนูพยายามจะปลุกพี่แก้วแล้ว แต่ไม่ตื่นขึ้นมา ทำให้คิดว่าเสียชีวิตแล้ว หนูกับแฟนใหม่จึงใช้ผ้าปูที่นอน มาผูกกับราวในห้องน้ำแล้วอุ้มร่างของผู้ตายมาแขวนไว้ ทำทีว่าผูกคอตายเอง แล้วรีบออกจากหอพัก โดยทิ้งกุญแจห้องไว้ที่สวน ก่อนออกมาเรียกรถรับแจ้งหน้าหอพัก ให้พาไปส่งที่ห้องพักแห่งหนึ่งในอ.หัวหิน โดยที่หนูได้หยิบโทรศัพท์มือถือของผู้ตายติดมือมาด้วย เพื่อจะลบข้อมูลที่มีการติดต่อกันระหว่างหนูกับผู้ตาย แต่เพราะหนูไม่มีเงินติดตัว จึงได้ให้โทรศัพท์มือถือของผู้ตายเป็นค่ารถไป จากนั้นตอนเช้าได้รีบหนีขึ้นรถไฟไปกบดานที่บ้านพักใน จ.นครปฐม ก่อนถูกตำรวจตามจับได้ในที่สุด" น.ส.กชกร กล่าว
loading...
ทั้งนี้ ฝ่ายญาติของผู้ตายไม่ปักใจเชื่อในคำสารภาพของผู้ต้องหา ที่บอกว่าใช้แค่หมอนปิดหน้าอย่างเดียว เพราะสภาพศพมีร่องรอยการถูกทำร้ายอย่างหนักทั้งตามร่างกายที่เขียวช้ำและที่ใบหน้า คล้ายการถูกจับหน้ากระแทกพื้น ทำให้ตอนพบศพ ญาติไม่เชื่อตั้งแต่แรกว่าผู้ตายจะผูกคอตายเอง ขณะที่ช่วงดึกของคืนเกิดเหตุ พบว่าเฟซบุ๊กของผู้ตายมีการโพสต์ภาพ คล้ายกับว่าผู้ตายโพสต์เอง แต่ที่จริงเป็นฝีมือของผู้ต้องหาที่ต้องการอำพรางคดี โดยขณะนี้ยังไม่ได้เผาศพ ต้องการเก็บไว้เพื่อตรวจหาหลักฐานเพิ่มเติม อยากให้ผู้ต้องหาได้รับผลกรรมที่ทำไว้กับผู้ตาย

ที่มา:tnews.co.th

Powered by Blogger.